สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตและทำงานของชาวต่างชาติ !

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับตำแหน่งประเทศที่ดีที่สุดในโลกในการทำงานและใช้ชีวิต แซงสิงคโปร์ที่เคยครองแชมป์เก่าได้สำเร็จ หลังจากครองตำแหน่งมาห้าปีติดๆ

ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยมและเงินเดือนสูงลิ่วทำให้สวิส กลายมาเป็นประเทศที่น่าอยู่มากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ช่วยให้สามารถไต่ขึ้นมาเป็นอันดับแรกได้ในปีนี้ 

 

สวิตเซอร์แลนด์ขยับจากอันดับที่ 8 สู่อันดับ 1 จากผลสำรวจของชาวต่างชาติที่ย้ายมาพำนักในสวิตเซอร์แลนด์ ต่างมีความพึงพอใจในด้านของเศรฐกิจและการเมืองมากกว่า 80% และกว่า 82% ที่ย้ายมายังประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้วรู้สึกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าจากประเทศเดิมที่ย้ายมา อีก 7 ใน 10 หรือ 71% ต่างรู้สึกพึงพอใจกับรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉลี่ย  3,400,000 บาท ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยสากล ที่อยูที่ 2,300,000 บาท

ในขณะที่ 70% รู้สึกว่ามีสภาพแวดล้อมที่สะอาดสะอ้านมากขึ้น และ สุขภาพที่ดีขึ้นกว่า 42%

 

การรายงานของปีนี้ เป็นการสำรวจจากกว่าผู้ย้ายถิ่นฐาน 1,800 คน กว่า 163 พื้นที่ ที่เป็นครั้งแรกในรอบห้าปีที่สิงคโปร์โดยชิงตำแหน่งอันดับหนึ่งไป โดยตกไปอยู่ที่อันดับสอง

โดยสิบอันดับแรก มีบรรดาประเทศต่างๆติดอันดับ ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา, สเปน, ออสเตรเลีย, ตุรกี, เยอรมัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรต, เวียดนาม 

 

IED ได้รับเกียรติจาก BOF ในการจัดอันดับให้เป็น 1 ในสถาบันด้านแฟชั่นดีไซน์ที่ดีที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา 

โดยมีการประเมินและพิจารณาจาก 12 กูรูด้านแฟชั่น ทั้งในแวดวงการศึกษาและธุรกิจ ซึ่งพิจารณาจาก 4 ข้อหลักๆ ก็คือ 
1. คะแนนรวมทั่วไป 
2. ด้านความโด่งดังในระดับสากลและมีชื่อเสียงด้านการทำงาน 
3. ประสบการณ์ที่นักเรียนได้รับในโรงเรียน 
4. ความพร้อมของนักเรียนในการทำงานจริง

โดย IED ได้รับรางวัลดังนี้

ระดับปริญญาตรี ด้านแฟชั่น ดีไซน์: คะแนนรวม, ชื่อเสียงระดับสากล, ความพร้อมของนักเรียน

ระดับปริญญาตรีด้านการบริหารจัดการธุรกิจแฟชั่น: ชื่อเสียงระดับสากล

ระดับปริญญาโท ด้านการสื่อสารและออกแบบศิลปะแฟชั่น: ชื่อเสียงระดับสากล

ระดับปริญญาโท ด้านการจัดการและธุรกิจแฟชั่น: ชื่อเสียงระดับสากล

 

เรียกได้ว่า ถ้าพูดถึงคำว่า บูทีค โฮเท็ล คงเป็นคำที่ทุกคนคุ้นหูกันเป็นอย่างดีและได้ยินกันมานาน อีกทั้งโรงแรมหลายๆแห่งทั่วโลก มักจะพ่วงคำนี้อยู่ในชื่อของโรงแรมเสมอ สงสัยกันไหมว่า ความหมายจริงๆของคำนี้ คืออะไรกันแน่?

จะเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ก็ว่าได้ ที่ฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆ ไม่ใช่โรงแรมประเภทที่เคยเห็นได้ทั่วไป โดยประวัติความเป็นมา เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1980 กับโรงแรมๆเล็กแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองใหญ่อย่างลอนดอนและนิวยอร์ค เหล่าเจ้าของโรงแรมเริ่มที่จะประสบความสำเร็จในเทรนของการนำเอาความเป็นบูทีคมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ หรือแม้แต่การบริการที่เน้นเอาความ “ชิค” มานำเสนอให้กับแขกผู้เข้าพัก เหล่าเจ้าของธุรกิจหัวใสคงไม่คิดว่าต่อมาสามสิบปี จะมีคู่แข่งทางธุรกิจผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด จากคำว่า “บูทีค” ที่ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในโรงแรม แต่ดันปรากฏอยู่บนสื่อและสไตล์การออกแบบต่างๆอีกมากมาย แต่ถึงกระนั้นแล้ว ก็มีลิสอยู่หลายข้อ ที่จะต้องมี เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่า “บูทีค” ดังนี้

เป็นปรากฏการณ์ที่ต้องยอมรับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เหล่าเชนโรงแรมดังๆหลายแห่งเริ่มที่จะนำเสนอความ “ใกล้ชิด สนิทสนม” สไตล์บูทคมากขึ้น อย่างแบรนด์ “W” และ “aloft’ ในเครือสตาร์วูดเองเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง หรือจะเป็น “Indigo” จากเครือ InterContimemtal Hotel Group ก็เช่นกัน และเว็บไซต์ Design Hotels เองก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่รวบรวมเอาโรงแรมฮิปๆอินเทรนสไตล์บูทีคทั่วโลกไว้ด้วยกัน

 

Moxy by Marriott

Moxy เป็นอีกหนึ่งโรงแรมเก๋ๆในฝันของเหล่าเจน Y ที่ชื่นชอบการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยการตกแต่งด้วยแถบสีที่เป็นแสงไฟกับพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ด้วยการตกแต่งแบบดิจิตอลอาร์ต ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนโฮสเทล แต่เป็นโรงแรมที่ได้มาตรฐานระดับสากล เรียกว่าได้รับประสบการณ์และสัมผัสกับบรรยากาศเหมือนอยู่ในอวกาศ และความไฮเทคด้วยการตกแต่งแบบล้ำๆเลยทีเดียว

Tryp, by Wyndham

ได้รับแรงบรรดาลใจจากการออกแบบสไตล์โมเดิน ด้วยยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ Tryp เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ลูก ที่เน้นเรื่องประสบการณ์ผู้เข้าพัก ที่จะให้ความรู้สึกที่ไม่ทางการมากเกินไป เต็มไปด้วยพลังและความเป็นเป็นเอกลักษณ์ ห้องถูกสร้างขึ้นมาให้สามารถเข้าถึงกันได้ง่ายตามความต้องการ ด้วยห้องครอบครัวที่ประกอบไปด้วยที่นอน 8 เตียง หรือห้องพักที่มีเครื่องออกกำลังกายในตัว 

Even, by InterContinental

การได้เข้าพักที ่Even เหมือนการได้ปรับสมดุลอย่างแท้จริง เพราะเหตุผลที่ InterContinental สร้างประสบการณ์บูทีคที่นี่ขึ้นก็เพื่อนำเสนอความผ่อนตลายด้วยการออกแบบบรรยากาศให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีจากกฏเกณฑ์สุขภาพแบบเดิมๆ

เสื่อยูคาลิปตัส, ผลิตภัณฑ์ออแกนิค, เสื่อโยคะและกิจกรรมออกกำลังกายโดยเทรนเนอร์เป็นสิ่งที่ผู้เข้าพักทุกคนจะได้รับ หรือแม้แต่การอยู่ในช่วงไดเอท ก็สามารถสั่งสมูทตี้และอาหารมื้อเบาๆแบบรักสุขภาพมาทานได้เช่นกัน

 

ไฮไลท์พิเศษกับสุดยอดโรงแรมบูทีค

ความป็อปปูล่าของโรงแรมบูทค เป็นผลทำให้เกิดการจัดการมอบรางวัลให้กับโรงแรมดีเด่นที่เป็นแบบอย่างให้กับโรงแรมทั่วโลก รางวัลโรงแรมบูทีคยอดเยี่ยมได้มีการประกาศขึ้นในลอนดอน โดยนำเจ้าของโรงแรม ผู้นำในธุรกิจ รวมไปถึงสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว บล็อคเกอร์เพื่อเลือกผู้ชนะในครั้งนี้

โดยเริ่มแรก โรงแรมที่ได้รับคัดเลือก จะมีการเยี่ยมชมจากเหล่าคณะกรรมการและจะทำการคัดเลือกจากผู้เข้ารอบทั้งหมดด้วยขั้นตอนที่เข้มข้นสุดๆ!

 

โดยปี 2018 จากการคัดเลือกผู้ชนะ แบ่งตามประเภทต่างๆ ผู้ชนะได้แก่ the Awarta Nusa Dua Resort & Villas ในบาหลี ด้วยบรรยากาศทางเดินที่เต็มไปด้วยทิวไผ่เป็นแนวยาว กับสระว่ายน้ำแบบใกล้ชิดธรรมชาติ และต้นบอนไซอายุกว่า 100 ปีที่ตั้งตะหง่านกว่า 4 ต้น!

 

ถึงตรงนี้แล้ว จากความเห็นส่วนตัว ความเป็นบูทีคนั้น ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงไปของเวลาและรสนิยมของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดใด สไตล์ไหน เทรนด์อะไร จะดีกว่าหรือใหญ่ที่สุดขึ้นอยู่กับช่วงเวลานั้นๆ เอาเป็นว่า จะต้องลองสักครั้ง! แล้วจะติดใจ !

 

บทความโดย Karen Tina Harrison, About.com Guide

แปลโดย Ekthana Education Services

ทำไม  Louis Vuitton ถึงเข้ามาคัดเลือกนักเรียนที่ Les Roches ไปทำงาน ?

Louis Vuitton ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์แฟชั่นและเครื่องประดับที่หรูหราที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก ด้วยมูลค่ากว่า 28.6 ล้านเหรียญดอลล่าห์สหรัฐ หรือ ประมาณ เก้าพันแปดร้อยห้าสิบล้านบาท จากการคำนวณของ บริษัทที่ปรึกษาอย่าง Interbrand

บริษัทมีความต้องการที่จะรับนักเรียนของ Les Roches เข้าทำงาน Daniela Dumoulin หนึ่งในศิษย์เก่าของ Les Roches จบการศึกษาในปี 2000 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Woman Universe Manager ซึ่งมีหน้าที่บริหารงานในร้าน Louis Vuitton สาขา Gstaad สวิตเซอร์แลนด์

“สำหรับฉัน การขายสินค้าหรูกับธุรกิจบริการที่หรูหราเป็นอุตสาหกรรมที่เหมือนกัน” เธอกล่าวว่า “เรามีลูกค้าที่เป็นกลุ่มเดียวกัน และความแตกต่างเดียวคือการนำเสนอการเป็นบริการในลักษณะที่เป็นสินค้า”

อะไรทำให้นักเรียน Les Roches มีความน่าสนใจและโดดเด่น

อะไรที่ทำให้นักเรียนจาก Les Roches เป็นที่ถูกตาต้องใจของบริษัทแบรนด์หรูยักษ์ใหญ่อย่าง Louis Vuitton “การเรียนที่ Les Roches ทำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศความหลากหลายทางวัฒนธรรม” คุณจะได้เรียนรู้การปรับตัว รู้จักที่จะจัดการและจัดสรรเวลา นั่นเป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเรียนด้าน Hospitality เรียกได้ว่าตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงเลยทีเดียว

“การส่งต่อประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าเป็นเหมือนศิลปะแขนงหนึ่ง สิ่งแรกที่เราจะมองเมื่อเจอกับใครสักคนหนึ่งก็คือภาษากาย คือการที่เราส่งพลักบวกออกไป ในธุรกิจก็เช่นกัน การมีทัศนคติที่ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งที่มากกว่านั้นคือการที่เราเป็นคนคล่องแคล่ว ปรับตัวได้ดี นี่เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับความสำเร็จของธุรกิจ สิ่งสุดท้ายที่สำคัญมากคือ การมีเครือข่ายหรือคอนเนคชั่นที่แข็งแกร่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน”

Daniela ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ประสบการณ์ที่ Les Roches ของเธอถือว่าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษมากๆ “มันไม่ใช่แค่การเรียน แต่มันเป็นการได้พบเจอกับผู้คน ได้มีเครือข่ายที่ดีไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว”

🇦🇺🥇สถาบันการโรงแรมอันดับ 1 ของออสเตรเลียและเอเชียแปซิฟิก !!
Blue Mountains International Hotel Management School

📌 แจกทุนการศึกษา 15% สำหรับผู้ที่สมัครเทอมกรกฎาคมนี้
(ลดค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร ทุกเทอม!)
โอกาสพิเศษสุดๆ ! ห้ามพลาด !

🔹หลักสูตรปริญญาตรีเพียง 2.5 ปี ปริญญาโท 2 ปี (รวมฝึกงาน)
🔹ฝึกงานในออสเตรเลีย ได้รับเงินเดือน / ทำงานระหว่างเรียนได้
🔹มีสิทธิ์ยื่นวีซ่าอยู่ต่ออีก 2 ปี
🔹เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
🔹มีแคมปัสที่เลอร่า, ซิดนีย์และเมลเบิร์น

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 02 102 2541-2 // LINE:@ekthana // info@ekthana.com // www.ekthana.com

 IED สถาบันด้านออกแบบและดีไซน์เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในการออกแบบ สรรสร้างผลงานสู่โปรเจ็ค เพื่อเข้าแข่งขัน

ร่วมลุ้นทุนการศึกษา ลดค่าเล่าเรียนกว่า 50% สำหรับหลักสูตรปริญญาโท ปีการศึกษา 201-/2020 ในสาขา ดีไซน์, แฟชั่น, นิเทศศิลป์, การสื่อสาร และหลักสูตรศิลปะใหม่ๆ ในแคมปัสมิลาน ฟลอเรนซ์ โรม ทูรินและเวนิซ

ร่วมส่งผลงานได้ถึงวันที่ 20 มิถุนายน สำหรับเทอมการศึกษาพฤศจิกายนและมกราคม และภายในวันที่ 19 กันยายน สำหรับเทอมการศึกษากุมภาพันธ์และมีนาคม

 

สาขาปริญญาโทที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขัน

เทอมการศึกษามกราคม:

มิลาน

 

โรม

 

เวนิซ

 

เทอมการศึกษากุมภาพันธ์:

ฟลอเรนซ์

 

ฟลอเรนซ์ + บาเซโลน่า

ฟลอเรนซ์ + โรม

เทอมการศึกษามีนาคม:

ทูริน

 

คุณสมบัติผู้สมัคร

– อายุ 18 ปี

– จบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีในด้านที่เกี่ยวข้องหรือมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่สมัคร

– ผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ

กำหนดส่งผลงาน

deadline

*  อิงตามเวลาอิตาลี *

สนใจขอรับโจทย์และหัวข้อในการส่งผลงานได้ที่

02-106 2541-2, 0857883501

LINE: @ekthana https://line.me/R/ti/p/%40ekthana

patcharawan@ekthana.com

นักเรียน Les Roches กับบทบาทผู้จัดงานเทศกาลการศึกษานานาชาติครั้งแรกในสวิตเซอร์แลนด์ !!

EduFest เทศกาลการศึกษานานาชาติ ครั้งแรกของสวิตเซอร์แลนด์ กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ จากการริเริ่มของนักเรียนในหลักสูตรอนุปริญญาที่กำลังจะทำอีเว้นท์ครั้งใหญ่นี้ขึ้นมาให้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม!

Edufest Switzerland มี Le Rosey เป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนามของโรงเรียนประจำเอกชนชื่อดังระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1880 และมักเป็นที่รู้จักจากบรรดาศิษย์เก่าที่เป็นคนดังและเหล่าราชวงศ์จากทั่วโลก เช่นเดียวกับงานเทศกาลการศึกษาที่ประเทศอังกฤษ แต่ครั้งนี้เป็นการรวบรวมการศึกษาสวิสมาโดยเฉพาะ โดยผู้จัดการอย่าง Summerhouse Media หนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดอีเว้นท์ที่อยู่ในระดับท็อปของโลก

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเครือข่ายดีๆที่ Les Roches ได้สร้างขึ้น จากคำบอกเล่าของ อาจารย์ Bilal Hassan

“summerhouse เป็นสปอนเซอร์ระดับนานาชาติของThe New York Time ในด้านการศึกษา โดยให้โอกาสเราในการที่จะนำเสนอความรู้และประสบการณ์ในแวดวงการศึกษาสวิส”

“เรารู้ได้ว่าอะไรคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดเพื่อโอกาสที่นักเรียนในหลักสูตรกำลังจะเลือกสาขาวิชาในด้านการจัดการอีเว้นท์”

 

โดยผลลัพธ์ในการทำงานครั้งนี้ นักเรียนจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมอีเว้นท์ โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของงานในวันนั้น ซึ่งทั้งหมดจะถูกประเมินและให้คะแนนในรายวิชาอีกด้วย

 

ในขณะเดียวกันการสนับสนุน วางแผนและจัดการงาน Edufest นักเรียนของ Les Roches จะรับผิดชอบงานในโปรแกรมของแต่ละวัน: การแข่งขัน a special MasterChef-style ซึ่งจะเป็นไฮไลท์พิเศษตามที่ได้รับมอบหมาย รวมไปถึงการนำเสนอเกี่ยวกับการศึกษาด้านธุรกิจบริการอีกด้วย

 

FROM THEORY TO PRACTICE – A UNIQUE LEARNING OPPORTUNITY

จากตำราสู่การปฏิบัติจริง – การเรียนรู้จากประสบการณ์ที่พิเศษสุดๆ

นักเรียนในหลักสูตรอนุปริญญา จะได้มีโอกาสในกากรทำงานจริง Amanda Margo หนึ่งในนักเรียนของเราได้กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งหนึ่งของโอกาสในชีวิตนี้เลย! เป็นเกียรติมากๆที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของ Summerhouse Media บริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการนี้ โปรเจ็คนี้ได้ทำให้ฉันฝึกฝนในสิ่งที่เรียนมาในชั้นเรียนเพื่อนำเอามาใช้จริง”

Shan Sharma นักเรียนอีกคนของเรากล่าวว่า “นี่เป็นโอกาสที่หายากมาก ฉันรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้ เหมือนการได้เห็นความรู้ในห้องเรียนเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติจริงและมีกูรูที่มีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ รู้สึกตื่นเต้นมากๆที่จะได้เห็นอีเว้นท์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เหมือนได้ทดลองเอาความสามารถของตัวเองมาใช้จริงๆ”

Flavia Elsener เป็นอีกหนึ่งสมาชิกจากนักเรียนในหลักสูตร กล่าวว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Edufest เธอกล่าวว่า อีเว้นท์ครั้งนี้คลอบคลุมไปด้วยสามหัวข้อ – วิสัยทัศน์แบบสากล, ผู้หญิงกับการศีกษาและวิจัยกับนวัตกรรม ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันเราในวันนี้ แต่จะมีบทบาทกับเราในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน

สำหรับ Le Rosey ได้รับการสนับสนุนโดย Les Roches นั้นได้สร้างความแปลกใหม่อย่างแท้จริง โดย Bruce Reynier, Directeur Hotelier ได้กล่าวว่า “เราเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับ Les Roches ในงาน Edufest เป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอการจัดงานอีเว้นท์ใหม่ๆสำหรับ Le Rosey การได้ทำงานกับ Les Roches เป็นโอกาสที่เราจะได้รับกสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการทำให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังเติมเต็มจุดประสงค์หลักในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งก็คือยกย่องการศึกษาและวิชาชีพครูอีกด้วย

Source: https://www.lesroches.edu/blog/mark-first-international-education-festival

7 ข้อดีสุดพิเศษของการเรียนที่เยอรมนี !!

 

  1. มหาวิทยาลัยรัฐบาลไม่ต้องเสียค่าเทอม !

การศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศเยอรมนี ได้รับการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาหรือค่าเทอม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาในประเทศหรือจากต่างประเทศ โดยทั่วประเทศมีมหาวิทยาลัยกว่า 400 แห่่งทั่วประเทศ โดยมีนักเรียนมากถึง 2.4 ล้านคนในความดูแลทั่วเยอรมนีและมีจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เข้าเรียนในสถาบันเอกชน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เพียง 5%

 

  1. มีสถาบันที่ได้รับการยอมรับและคณาจารย์ที่มีความสามารถ

การศึกษาระดับอุดมศึกษาของเยอรมนีมีด้วยกันสามประเภท ได้แก่

มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์

มหาวิทยาลัยด้านเทคนิค ศิลปะ ภาพยนตร์และวิทยาลัยดนตรี

โดยส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยรัฐบาลในเยอรมนีจัดว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอายุการก่อตั้งในยุคกลาง โดยให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนตามแบบฉบับดั้งเดิมที่เน้นด้านวิชาการ แต่ก็มีสถาบันอื่นๆที่ถูกก่อตั้งขึ้นมายุคหลังสงกรามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีความทันสมัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชนเป็นส่วนใหญ่

มหาวิทยาลัยในเยอรมนีเป็นที่รู้จักกันดีในด้านที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และความเชี่ยวชาญในเรื่องของบุคลากรที่มุ่งเน้นพัฒนาในเรื่องของนวัตกรรมและการร่วมมือระหว่างนานาชาติ เรียกได้ว่าเป็นการศึกษาระดับเวิร์ลคลาสเลยทีเดียว

 

  1. วุฒิปริญญามาตรฐานสากล

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยในเยอรมันได้เปิดรับนักเรียนจากทั่วโลกเพื่อเข้าเรียนในหลักสูตรต่างๆ อีกทั้งยังได้รับปริญญาตามมาตรฐานการศึกษาสากลทั้งปริญญาตรี ปริญญาโทหรือปริญญาเอก

ระดับปริญญาตรี ระยะเวลาเรียนทั้งสิ้น 6 ภาคการศึกษา

ระดับปริญญาโท 2-4 ภาคการศึกษา ขึ้นอยู่กับโปรแกรม

ระดับปริญญาเอก 4-6 ภาคการศึกษา ขึ้นอยู่กับโปรแกรม

ยกเว้น สาขาวิชาเกี่ยวกับแพทย์ กฏหมายหรือเภสัชศาสตร์ ที่ยังคงต้องศึกษาตามแบบแผนเดิมของหลักสูตร โดยจะมีการเรียนการสอนที่ยาวนานกว่าการเรียนแบบปกติ

 

  1. โปรแกรมการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ

นอกจากการเรียนการสอนในภาษาเยอรมันที่ฟรีแล้ว คุณก็จะได้เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมอีกด้วย หากภาษาเยอรมันยังไม่แข็งแรง ดังนั้น ภาษาอังกฤษที่เรียกได้ว่าเป็นภาษาสากลของโลกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ก็เป็นอีกหนึ่งภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน โดยสามารถเรียนควบคู่ไปด้วยกันกับภาษาเยอรมันได้

 

  1. โอกาสที่ดีในการหางาน

กล่าวถึงเรื่องนโยบายการเรียนฟรีแล้วนั้น การเรียนในเยอรมันไม่ได้ฟรีไปหมดเสียทุกอย่าง เพราะยังมีค่าครองชีพในการใช้ชีวิตเพิ่มเข้ามาอีกด้วย นักเรียนต่างชาติหลายๆคนจึงมองหางานเพื่อจะมาสนับสนุนในส่วนของค่าใช้จ่ายส่วนตัวระหว่างเรียน ซึ่งอาจจะง่ายสำหรับนักเรียนที่เป็นประชากรในกลุ่ม EU หรือยุโรปที่จะหางานทำระหว่างเรียน ซึ่งไม่มีขีดจำกัดที่เป็นอุปสรรคมากนัก แต่สำหรับนักเรียนในกลุ่มประเทศนอกสหภาพยุโรป จะต้องมี work permit ในการทำงานรวมไปถึงลิมิตเวลาที่จำกัดเพียง 190 วัน (แบบเต็มวัน) หรือ 240 วัน (แบบครึ่งวัน) เท่านั้น

โดยนักเรียนที่มาจากนอกกลุ่มสหภาพยุโรปและเขตเศรษฐกิจยุโรป หรือ สวิตเซอร์แลนด์ จะไม่ได้รับอนุญาติให้ทำงานได้ตามใจชอบหรือที่เรียกกันว่าฟรีแลนซ์นั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเยอรมันซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วมากนัก เนื่องจากฝ่ายเศรษฐกิจได้มีการสนับสนุนด้านอาชีพและตำแหน่งงานมากกว่าพันตำแหน่งอยู่เสมอ เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักเรียนต่างชาติในการหางานในตำแหน่งที่เหมาะสม

เป็นที่รู้กันดีว่า มหาวิทยาลัยในเยอรมันที่มีความโดดเด่นในภาคปฏิบัติ มักมีข้อตกลงร่วมกับบริษัทชั้นนำ รวมไปถึงการสนับสนุนให้นักเรียนไปฝึกงาน ซึ่งอาจจะไม่ได้ค่าตอบแทนแต่เป็นการชิมลางหรือเป็นการจุดเริ่มต้นในการหางานที่ดีหลังจากจบการศึกษาได้

 

  1. โอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตสัมผัสประสบการณ์สไตล์เยอรมัน

ไลฟ์สไตล์ของนักเรียนในเยอรมนี เรียกได้ว่าทั้งตื่นเต้นและน่าตื่นตาตื่นใจเอาเรื่อง แม้คนเยอรมันจะมีอัธยาศัยที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีการเคารพความเป็นส่วนตัวและมีชีวิตที่เป็นระบบระเบียบ อีกทั้งยังมีความหลายหลายทางเชื้อชาติ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจและน่าไปเยือน เรียกได้ว่าเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของที่นี่ ไม่ได้รู้สึกแปลกแยกเลยทีเดียว

กิจกรรมกลางแจ้งที่ฮอตฮิตมากๆในเยอรมนีไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ปั่นจักรยาน เล่นสกี หรือนักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ที่นิยมอาศัยในเมือง ก็อาจจะเป็นกิจกรรมแฮงค์เอ้าต่างๆ ทั้งร้านอาหาร คลับบาร์หรือโรงหนัง ทุกอย่างก็พร้อมในทุกด้านๆในเยอรมนี ที่สำคัญแต่ละส่วนของเมืองก็เต็มไปด้วยศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือฮิป สถานที่เก๋ๆ เหมือนเป็นฉากเท่ห์ๆในมิวสิควิดิโอเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเต็มที่กับชีวิตนักเรียนแบบสมบูรณ์ไปเลย

เยอรมนีเองเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศและค่อนข้างใส่ในธรรมชาติ นั่นทำให้สภาพแวดล้อมยังคงเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ มีสถานที่ให้พักผ่อนหย่อนใจ การท่องเที่ยวของคนเยอรมันเองก็มักนิยมเดินทางไปทั้งในและต่างประเทศด้วยการเดินทางที่แสนสะดวกสบายและปลอดภัย อีกหนึ่งความพิเศษของการได้เรียนที่นี่ คือการเดินทางฟรีหรือราคาถูกสำหรับนักเรียน

 

  1. เรียนจบแล้ว อยู่ต่อได้!

หลังจากเรียนจบ คุณจะมีโอกาสได้อาศัยอยู่ต่อหรือทำงานได้ โดยกฏหมายอนุญาติให้นักเรียนต่างชาติที่จบการศึกษาในเยอรมนีสามารถอยู่ต่อได้เป็นระยะเวลา 18 เดือนเพื่อหางาน หรืออาจจะสามารถอยู่ได้ยาวนานกว่านั้นก็ได้ในกรณีที่ได้รับ work permit เรียบร้อยแล้ว

NABA มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่มีความสามารถและความสนใจในศิลปะการดีไซน์ กว่า 40 ทุน (คลอบคลุม 60%, 50%, 40% หรือ 20%) สำหรับสาขาปริญญาโท ในปีการศึกษากันยายน 2019

ทุนการศึกษาจะพิจารณาจากการส่งโปรเจ็คร่วมเข้าประกวดโดยหัวข้อจากสาขาที่สนใจสมัครเรียน

 

หมดเขตส่งผลงานเข้าประกวด 10 พฤษภาคม 2019

 

สาขาที่รับสมัคร ได้แก่

 

ติดต่อรับโจทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทเอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซส

02-106 2541-2, 0857883501

LINE: @ekthana https://line.me/R/ti/p/%40ekthana

patcharawan@ekthana.com