Study in English

หากข้อมูลที่ว่า สถาบัน Blue Mountains International Hotel Mangement School ได้รับการยอมรับให้เป็นโรงเรียนด้านบริหารการโรงแรมที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ในออสเตรเลียและเอเชียแปซิฟิก ยังไม่สามารถทำให้คุณรู้สึกมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์  ที่จะเลือกสถาบันแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่อนาคตที่สดใสของคุณ การฟังประสบการณ์ตรงจากนักเรียนปัจจุบันอาจช่วยทำให้คุณมั่นใจขึ้น

Hotel management college

Sasikan Wilson

นักศึกษาชั้นปีที่ 1

ฉันสนใจและฝันที่จะทำงานในธุรกิจด้านบริหารการโรงแรมมาตลอด  และบลูเมาท์เท่นส์ก็สามารถตอบโจทย์และสานฝันนั้นได้ฉันตัดสินใจเลือกสมัครระดับปริญญาตรีในสาขบริหารโรงแรมและรีสอร์ทนานาชาติ โดยเริ่มหลักสูตรเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในช่วงเทอมที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่นักถ้าเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆในเมืองซิดนีย์ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันชอบที่สุดเกี่ยวกับที่นี่  การอยู่ท่ามกลางชุมชนขนาดเล็กนั้น  ช่วยผลักดันให้นักเรียนต้องมีปฏิสัมพันธ์และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ตอนนี้ฉันอยู่ในช่วงเทอมที่เป็นภาคทฤษฏี  อาจารย์ทุกท่านให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือเป็นอย่างดี  และส่วนที่ดีที่สุดของหลักสูตรก็คือ  ในทุกสัปดาห์ แต่ละวิชาจะมีหนึ่งคาบเรียนปกติ และ อีกหนึ่งคาบเรียนติวเข้ม โดยคาบเรียนปกติจะเหมือนคาบเรียนทั่วไป  ที่อาจารย์ผู้สอนให้ข้อมูลนักเรียน  ในขณะที่คาบเรียนติวเข้ม  จะเน้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักเรียนในห้องเรียน  นักเรียนสามารถซักถามเกี่ยวกับหัวข้อที่อาจารย์สอนในคาบเรียนปกติที่ผ่านไปแล้วได้เสมอ  แน่นอนว่าเรียนที่นี่  มีการบ้านและรายงานค่อนข้างมาก  แต่นั่นก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของความท้าทาย  ที่จะทำให้นักเรียนแต่ละคนเตรียมพร้อมเพื่อรับมือให้ได้เมื่อออกไปสู่โลกแห่งการทำงานจริงๆ

ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมด้านการโรงแรม บลูเมาเท่นส์นับว่าเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง  การเรียนที่นี่จะทำให้คุณได้รับโอกาสมากมาย  ซึ่งรวมถึงการได้ฝึกงานในองค์กรจริงอีกด้วย สำหรับตัวฉันเอง  จะเริ่มฝึกงานในเดือนเมษายนปีหน้า  ซึ่งฉันมั่นใจว่านั่นจะต้องเป็นประสบการณ์ที่ดีแน่ๆ  นักเรียนทุกคนจะต้องเรียนภาคทฤษฎีหนึ่งเทอม  ก่อนที่จะเรียนภาคปฏิบัติในเทอมถัดไป  จากนั้นจึงฝึกงาน  ซึ่งไม่ใช่แค่การฝึกงานทั่วไป  แต่จะเป็นการให้ทำงานจริงๆ ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้ฉันจะยังไม่ได้เรียนภาคปฏิบัติ  แต่เท่าที่เห็น ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสหาประสบการณ์การทำงาน  และสนับสนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง  ไม่ใช่จากแค่ตำราเรียน โดยนักเรียนจะได้ทำงานในภัตตาคาร 3 แห่ง และทำงานจริงทุกขั้นตอน

มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่บริเวณบลูเมาเท่นส์  ซึ่งสวยงามน่าทึ่งและเหมาะกับการเรียนอย่างมาก  ในช่วงสุดสัปดาห์  เราสามารถไปลิ้มลองรสชาติความเป็นเมืองใหญ่ของซิดนีย์ได้  เพียงแค่นั่งรถไฟไปประมาณ 2 ชั่วโมงจากลูร่า (Leura) โรงเรียนแห่งนี้เหมือนกับครอบครัวใหญ่  ไม่ว่าคุณจะอยู่ห่างจากประเทศของคุณแค่ไหน  ก็ยังสามารถรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน  เพราะมีเพื่อนและสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่รายรอบ

สถาบัน NABA มอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท (ภาคปีการศึกษา 2012-2013) สาขา Master of Arts Programs (หลักสูตร 2 ปี) และ สาขา Academic Master Programs (หลักสูตร 1 ปี) จำนวน 27 ทุนการศึกษา (ครอบคลุมค่าเล่าเรียน 25%) เริ่มเปิดการสอนในเดือนมกราคม พศ.2556 ทั้งนี้ทางสถาบัน NABA จะพิจารณาทุนการศึกษาจาก ผลงาน (portfolio) และ ประวัติผู้สมัคร (Curriculum Vitae) โดยทางภาคคณะ เปิดรับสมัคร สมัครด่วน หมดเขตการส่งผลงานเข้าชิงทุนการศึกษา วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รายละเอียดการส่งผลงาน
Interested candidates shall fill in and send by October 31st 2012

WHAT TO SUBMIT?

ประกาศผลทุนการศึกษา
ประกาศผลทุนการศึกษาที่ www.naba.it และทางสถาบัน NABA จะส่งอีเมลตอบกลับภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
เอกธนา  เอ็ดยูเคชั่น  เซอร์วิสเซส  โทร 02-106-2514-2 , 081-920-8882 หรือ www.ekthana.com, info@ekthana.com

ถ้าพูดถึงเรียน การโรงแรม หรือ การบริการ หลายคนมักนึกถึงภาพของชายหนุ่ม หญิงสาวหน้าตาดี บุคลิกสง่างาม ที่ทำงานอยู่ในส่วนการให้บริการต่างๆ ภายในโรงแรมและรีสอร์ท หรืออยู่ในห้องอาหารอันหรูหรา  ซึ่งนั่นอาจเป็นความเข้าใจที่ล้าสมัยไปเสียแล้ว เพราะ  คุณยุทธ หรือ ณัฐยุกต์ จินตรัศมี ศิษย์เก่าปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ การโรงแรมและการบริการ  Les Roches International School of Hotel Management ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชายหนุ่มที่ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนมุมมองที่ว่าจบด้านการโรงแรมไม่ได้หมายถึงหน้าที่การงานในโรงแรมเพียงอย่างเดียว แต่สามารถออกไปทำอะไรได้หลากหลายมากกว่าที่หลายคนคาดคิด

ภายหลังจบการศึกษาที่ Les Roches คุณยุทธ ได้ก้าวเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลก กับบริษัท Jones Lang Laselle ด้วยตำแหน่ง Assistant Surveyor ซึ่งคุณยุทธเล่าให้ฟังว่า แม้ปัจจุบันจะทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ความรู้ด้านบริหารธุรกิจการโรงแรมและท่องเที่ยว จาก Les Roches คือพื้นฐานสำคัญ ที่ช่วยให้คุณยุทธสามารถรับมือกับงานที่ท้าทายต่างๆ มาได้อย่างภาคภูมิใจ และด้วยชื่อเสียงของสถาบัน ที่เปิดโอกาสให้คุณยุทธได้พิสูจน์ฝีมือกับองค์กรชั้นนำแห่งนี้ จวบจนปัจจุบัน

“ยุทธเลือกเรียนด้านการโรงแรมและบริการ เพราะ ตอนเด็กๆ มีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง จำได้ว่าประทับใจมากในทุกทริปที่ได้ไป รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ทำให้เราชอบที่จะได้พบปะผู้คน และเจอสิ่งแวดล้อมที่แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา จนได้มารู้จักกับ Les Roches โรงเรียนการโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยชื่อเสียงของสถาบัน ที่ติดอันดับท๊อป การโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก สภาพแวดล้อมมีความเป็นอินเตอร์ มีนักเรียนกว่า 90 สัญชาติมาเรียนร่วมกัน และเรายังได้เห็นข้อมูลของศิษย์เก่าหลายคนที่จบจากที่นี่ ล้วนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ยุทธจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ โดยไม่ลังเล เพราะเชื่อว่า ที่ Les Roches จะทำให้ฝันของเราเป็นจริง”

จากนั้น คุณยุทธเปิดเผยถึงก้าวสำคัญหลังจากจบการศึกษาที่ตัดสินใจทำงานกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลก อย่าง Jones Lang Laselle

“ต้องบอกเลยว่าถึงแม้จะไม่ได้ทำงานอยู่ในแวดงวงธุรกิจโรงแรมและงานบริการ แต่สิ่งที่ยุทธได้จากการเรียนที่ Les Roches มีประโยชน์มาก สามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานในปัจจุบันได้เยอะ เพราะในหลักสูตรเอง ก็สอนให้เรามีพื้นฐานและมุมมองในเรื่องธุรกิจระดับอินเตอร์อยู่แล้ว กอปรกับเรายังได้เจาะลึกเรื่องธุรกิจบริการ และการลงได้มือปฏิบัติจริง ตรงนี่แหละที่ยุทธมองว่าสำคัญมาก เพราะงานบริการช่วยหล่อหลอมให้ยุทธเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น นั่นก็คือ แขก หรือ ลูกค้า ของยุทธนั่นเอง เพราะงานของยุทธ หลักๆ คือการออกสำรวจพื้นที่ อาคาร สำนักงาน อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่บริษัทดูแลอยู่ ซึ่งนั่นทำให้ยุทธต้องพบเจอกับลูกค้าหลากหลายระดับ มีภูมิหลังที่แตกต่างกันออกไป หลายคนก็มีความต้องการ หรือมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งงานบริการสอนให้เรารับมือและตอบสนองความต้องการของแขกได้อย่างน่าประทับใจ ถือเป็นข้อได้เปรียบมากครับ เพราะธุรกิจทุกวันนี้ ไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การบริการคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรแตกต่างและโดดเด่นเหนือคู่แข่งได้”

คุณยุทธ ยังได้ฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจอยากเรียนต่อ ด้าน การโรงแรม และ การบริการ ไว้อย่างน่าสนใจ

“ไม่ว่าน้องจะเรียนหรือทำงานอะไรก็ตาม ขอให้น้องมีใจรัก มี Passion กับสิ่งๆ นั้น เพราะในที่สุด น้องจะสามารถทำมันได้โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย มีแต่จะสนุกกับมัน ซึ่งแต่ละวันของน้องจะผ่านไปอย่างมีความสุขและมีความหมาย และโดยเฉพาะน้องๆ ที่มีความฝันอยากทำงานแวดวงโรงแรมหรือธุรกิจบริการอื่นๆ อยากให้เลือกโรงเรียนที่เหมาะสม เพราะงานโรงแรมอาศัยแค่ความรู้ในห้องเรียนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องฝึกปฏิบัติเยอะๆ ออกไปเจอผู้คน โลกกว้าง และน้องจะรู้ว่าโลกใบนี้มีอะไรให้ค้นหาอีกมากมายครับ”


ประกวดเรียงความ ชิงทุนการศึกษาปริญญาตรีการโรงแรมที่สวิส กับสถาบัน Glion และ Les Roches

สถาบันการโรงแรมท๊อป 3 ของโลก  Glion Institute of Higher Educationและ สถาบัน Les Roches International School of Hotel Managementในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เชิญชวนน้องๆ ที่มุ่งมั่นอยากเรียนบริหารการโรงแรม ร่วมชิงทุนการศึกษาบางส่วน ในระดับปริญญาตรี รอบเปิดเทอม ตุลาคม นี้!

ผู้สมัคร สามารถร่วมชิงทุนการศึกษา โดยการส่งเรียงความเข้าประกวด เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 1000 คำ หัวข้อเรื่อง “How can hospitality management study enhance Thais competencies for upcoming AEC in 2016?” (เรียนการบริหารการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวมีส่วนช่วยพัฒนาศักยภาพคนไทย เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน AEC ในปี ค.ศ. 2016 ได้อย่างไร?)

ในส่วนของทุนการศึกษาดังกล่าว ทางสถาบันมอบให้เป็นทุนอุดหนุนการศึกษา จำนวนสูงสุด 30% ของค่าเล่าเรียน ตลอดหลักสูตร พร้อมตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพไปกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับผู้สมัครในหลักสูตรระดับปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาบริหารการโรงแรมนานาชาติ รอบเรียน ตุลาคม นี้ เท่านั้น

โดยเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ทางคณะกรรมการทุนการศึกษาของสถาบัน Glion และ Les Roches จะพิจารณาเนื้อหาเรียงความของผู้สมัคร ที่แสดงถึงความสำคัญของการเรียนการโรงแรมและการท่องเที่ยวต่อการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของคนไทย เพื่อรับการเปิดประชาคมอาเซียน ในปี 2016 ได้อย่างโดดเด่น จนเป็นที่น่าประทับใจของคณะกรรมการ

คุณสมบัติของผู้สมัครชิงทุนการศึกษา

–  มีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ ขึ้นไป

–  จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมปลาย

–  มีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ IELTS 5.0 คะแนน 5.0 ขึ้นไป หรือ 61 TOEFL IBT คะแนน 61 ขึ้นไป

ยกเว้น ผู้สมัครเรียนอยู่ในหลักสูตรนานาชาติหรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน อย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป ไม่ต้องยื่นผลสอบ IELTS หรือ TOEFL

ส่งเรียงความพร้อมแนบเอกสารแสดงหลักฐานทางการศึกษาและประวัติส่วนตัวมาด้วย ได้ที่ info@ekthana.comหมดเขต วันที่ 15สิงหาคม 2556 นี้ เท่านั้นโดยจะประกาศผล ผู้ได้รับทุนการศึกษา วันที่ 21สิงหาคม 2556 นี้

ทั้งนี้ สถาบัน Glion Institute of Higher Educationและ สถาบัน Les Roches International School of Hotel Management ถูกจัดอันดับให้เป็นโรงเรียนบริหารการโรงแรมที่ดีที่สุด 3 อันดับแรกของโลกมาโดยต่อเนื่อง นอกจากนี้ Glion และ Les Rochesคือ 2 ใน 3 ของโรงเรียนการโรงแรมของสวิส ที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะ จาก the New England Association of Schools and College(NEASC) อันเป็นวิทยฐานะในระดับโลก

สำหรับรอบเปิดเทอมในเดือนตุลาคมนี้ หลักสูตร ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานสูงสุด 9 เดือนเต็ม โดยจะปฏิบัติงานจริงกับองค์กรชั้นนำด้านรีสอร์ทและโรงแรมระดับโลก พร้อมมีรายได้ระหว่างฝึกงาน ซึ่งความรู้และประสบการณ์จากการฝึกงาน จะพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพ รวมถึงโอกาสแห่งความก้าวหน้าภายหลังจบการศึกษา

ผู้สมัคร สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซส อาคารปาร์คเวนเชอร์  อีโคเพล็กซ์ ชั้น 15 ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเพลินจิต โทร 02-106-2541-2หรือ 081-920-8882อีเมล์ info@ekthana.comเว็บไซต์ www.ekthana.com

มาถึงแล้ว โอกาสของน้องๆ ที่ สนใจเรียนการโรงแรมระดับโลก ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นประเทศเป็นต้นกำเนิดสาขาวิชาการโรงแรม สถาบันกลียอง อินซทิติ้ว ออฟ ฮายเอ้อ เอ็ดยูเคชั่น Glion Institute of Higher Education และ เลส์โรชส์ อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล ออฟ โฮเต็ล แมเนจเม้นท์ Les Roches International School of Hotel Management ซึ่งทั้งสองสถาบันถูกจัดให้เป็นโรงเรียนบริหารการโรงแรมที่ดีที่สุด 3 อันดับแรกของโลก ได้เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี หลักสูตร “การบริหารการโรงแรม” ใช้ระยะเวลาเรียนตลอดหลักสูตร 3 ปี และ 7.5 เดือน โดยมีความพิเศษกว่ารอบรับสมัครทั่วไป ตรงที่น้องๆ จะมีโอกาสได้ฝึกงานยาวนานกว่าระยะเวลาปกติ กับโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำระดับโลกพร้อมมีรายได้ในระหว่างฝึกงานไปด้วย

 

การรับสมัครนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี หลักสูตร “การบริหารการโรงแรม”ที่จะเปิดเทอมในเดือนตุลาคมนี้ มีความโดดเด่นที่ หลักสูตร ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานสูงสุดถึง 9 เดือน จากปกติ 6 เดือน โดยใช้ระยะเวลาเรียนทั้งหลักสูตร 3 ปี และ 7.5 เดือน จึงเป็นข้อได้เปรียบที่น้องๆจะได้รับความรู้และประสบการณ์ที่มากขึ้น นั่นหมายถึงรายได้จากการฝึกงานก็มากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนั้น ทางสถาบันยังจัดให้มีโปรแกรมปฐมนิเทศให้กับนักศึกษาใหม่ก่อนเปิดภาคเรียน โดยการพาทัวร์และทำกิจกรรมไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในแคมปัสและประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวสวิส พร้อมกับได้เปิดมุมมองและซึมซับความสำคัญของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย

 

หลักสูตรดังกล่าว ยังจัดให้มีสาขาวิชาเอก เพื่อสร้างเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในปีสุดท้ายของการเรียน ซึ่ง ถ้าน้องๆ เลือกเรียนที่ สถาบันกลียองอินซทิติ้ว ออฟ ฮายเอ้อ เอ็ดยูเคชั่น Glion Institute of Higher Education น้องๆ สามารถเลือก 7 สาขาวิชาที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่ต้องการในภาคธุรกิจทั่วโลก คือ สาขาวิชาการบริหารการโรงแรม สาขาวิชาพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สาขาวิชาการจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริหารรายได้ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรบุคคล สาขาวิชาการขายและส่งเสริมการตลาดสาขาวิชาการจัดการอีเว้นท์  และสาขาวิชาการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

ด้าน โรงเรียนการโรงแรม เลส์โรชส์ อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล ออฟ โฮเต็ล แมเนจเม้นท์ Les Roches International School of Hotel Management ก็เปิดสาขาวิชาเอกเช่นเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย 6 สาขาวิชาเฉพาะด้าน คือ สาขาวิชาประกอบการธุรกิจ สาขาวิชาการเงิน สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการออกแบบโรงแรมและบริหารโครงการ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการครัว และสาขาวิชาการจัดการอีเว้นท์

ทั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาของของสถาบันได้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถและความมั่นใจใน เรื่องบริหารจัดการที่ตรงกับความสนใจ นอกเหนือจากความรู้เกี่ยวกับงานปฏิบัติการในธุรกิจโรงแรมและบริการเท่านั้น เพื่อรองรับการเติบโตขึ้นสู่สายงานระดับผู้บริหารในอนาคตต่อไป

 

เหตุผล ที่ควรเลือกเรียนการโรงแรมกับสถาบันกลียอง หรือ เลส์ โรชส์

โดยหลักสูตรดังกล่าว เริ่มเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้  จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2556 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซส อาคารปาร์คเวนเชอร์อีโคเพล็กซ์ ชั้น 15 ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเพลินจิต โทร 02-106-2541-2 หรือ 081-920-8882 อีเมล์ info@ekthana.comเว็บไซต์  www.ekthana.com

ขอเรียนเชิญผู้ปกครองและน้องๆที่สนใจเรียนทางด้านบริหารการโรงแรมเข้าร่วมแนะแนวการศึกษาต่อ “อาชีพในฝันระดับอินเตอร์”และพูดคุยกับคุณมนทยา อินทรสุขศรี ผู้อำนวยการฝ่ายเรียนรู้และพัฒนา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ซึ่งได้รับเกียรติเป็นวิทยากรพิเศษและกรรมการตัดสินผลงานของเด็กนักเรียน ที่สถาบัน เลส์โรชส์ (Les Roches) โรงเรียนการโรงแรมที่ดีที่สุด 3 อันดับแรกของโลก ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2556 ณ ห้องมณฑาทิพย์ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081-920-8882, 02-106-2541-2 หรือ info@ekthana.com

NABA-Nuova Accademia de Belle Arti Milano, Milan, Italy ได้เปิดโปรแกรม ซัมเมอร์ปี 2013 ระยะตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 6 สัปดาห์ โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 วันที่ 24 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม
ช่วงที่ 2 วันที่ 9 กรกฎาคม – 19 กรกฎาคม
และช่วงที่ 3 วันที่ 23 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม

อีกทั้งทาง NABA ยังได้ร่วมมือกับ Central Saint Martins College of Art and Design, เหมือนเช่นทุกๆปี และ ปีนี้ก็ได้ร่วมมือเพิ่มกับทาง Chelsea College of Art and Design ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในโปรแกรม Summer 2013 – Dual city course ระหว่าง 2 เมืองด้านแฟชั่นคือ ลอนดอน และ มิลาน นี้ด้วย

โปรแกรมซัมเมอร์เหมาะสำหรับ นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการจะเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานทางด้านออกแบบต่างๆ หรือ เหมาะสำหรับท่านใดที่ยังไม่รู้ว่าท่านชอบงานด้านออกแบบนี้หรือไม่ ซึ่งระยะเวลา 2-6 สัปดาห์ที่จะได้ประสบการณ์ด้านการ ออกแบบด้านต่างๆ เช่น แฟชั่นดีไซด์ อินทีเรียดีไซด์ แฟชั่นเมเนจเม้นท์ กราฟฟิกดีไซด์ หรือการถ่ายภาพ ท่านจะได้เรียนรู้และค้นหาตัวเองก่อนที่จะมุ่งสู่การเรียนสายนี้อย่างจริงจัง โดยโปรแกรมต่างๆมีตั้งแต่พื้นฐาน ระดับกลาง และขั้นสูง ซึ่งนักศึกษาแต่ละท่านก็มีความสามารถด้านนี้ต่างๆกัน ดังนั้นการเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด จะทำให้ท่านได้ประโยชน์จากการเข้าค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆที่มิลานมากที่สุด

NABA, มิลาน อิตาลี เป็นสถาบันที่มีมาตรฐานสูงด้านศิลปะและออกแบบ ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาและทบวงมหาวิทยาลัยของอิตาลี และ กพ. บ้านเราด้วย แต่ถ้าต้องการข้อมูลโดยละเอียด สามารถติดต่อได้ที่ คุณนพ โทร 084 361 2151 หรือ 02 1062541-2 ทุกเวลาครับ

การสมัครเรียนต่อที่อเมริกา เรื่องการบริหารเวลาสำหรับเตรียมตัวสมัครเรียนเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรเตรียมตัวก่อนจะไปเรียนอย่างน้อย 12 เดือน เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า มหาวิทยาลัยที่อยากสมัครนั้น แบ่งภาคการศึกษาอย่างไร และมีกำหนดการพร้อมทั้งเงื่อนไขในการรับสมัครนักเรียนต่างชาติอย่างไรบ้าง ผู้สมัครจึงต้องรอบคอบให้มากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ยื่นใบสมัครเรียนไปยังหลายมหาวิทยาลัย เนื่องจากแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีกำหนดการที่ไม่ตรงกัน
นอกจากนี้ อย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับการเตรียมตัวสอบวัดความรู้ต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการสอบ TOEFL และการสอบ GRE หรือ GMAT ระยะเวลาที่รอผลสอบ รวมทั้งการส่งเอกสารสำคัญต่าง ๆ ที่อาจกินเวลาเดินทางเป็นเดือนกว่าจะไปถึงมหาวิทยาลัยที่เราสมัครอีกด้วย


ข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์
สหรัฐอเมริกามีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลติดต่อกัน 48 มลรัฐ ทิศเหนือจรดประเทศแคนาดา ทิศใต้จรดประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคทางตะวันตก ทิศตะวันออกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก มลรัฐที่ 49 คือ อลาสกา อยู่ติดกับฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของแคนาดาและมลรัฐ ที่ 50 คือ ฮาวาย อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค

ข้อมูลทางด้านสภาพภูมิอากาศ
สหรัฐอเมริกามีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่างกันไปแต่ละเขต เนื่องจากภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ โดยทั่วไปแล้วประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นกว่าประเทศไทย

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา
ประชากรโดยรวมของสหรัฐอเมริกา มีอยู่ประมาณ 292 ล้านคน

เวลา
มีการจัดแบ่งเวลาออกเป็น 4 โซน ดังนี้
Eastern Time Zone (EST) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะมีการปรับเลื่อนเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงเรียกว่า Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 13 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Boston, New York, Washington D.C., Miami, and Cleveland
Central Time Zone (CTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วแต่ในช่วง Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Chicago, New Orleans
Mountain Time Zone (MTZ)  เวลาช้ากว่าประเทศไทย14 ชั่วโมงแต่ในช่วง Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Denver, Phoenix
Pacific Time Zone (PTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมงแต่ในช่วง Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 16 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ San Francisco, Seattle, Hawaii

ระบบการศึกษา
ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีระบบการศึกษาหรือหลักสูตรการศึกษาในระดับประเทศ ในแต่ละรัฐ จะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายกับกระทรวงศึกษาธิการของตนเอง การศึกษาภาคบังคับ ของประเทศสหรัฐอเมริกาคือระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Grade 12)

1. การศึกษาระดับ First Professional Degree ด้านแพทย์ศาสตร์ ทันตกรรม และสัตวบาล
2. สถาบันสอนภาษา (Language Schools)

ระบบ Semester เป็นระบบที่นิยมใช้มากที่สุด ในระยะเวลาหนึ่งปีจะประกอบด้วย 2 Semesters และ 1-2 Summer Sessions แต่ละ Semester ยาวประมาณ 16 สัปดาห์ ดังนี้ Fall Semester เปิดประมาณปลายสิงหาคม กลางธันวาคม
Spring Semester เปิดประมาณต้นมกราคม – เมษายน ( บางครั้งSummer Session จะแบ่งครึ่งเป็น 2 ช่วงสั้น )
Summer Session เปิดประมาณกลางพฤษภาคม สิงหาคม
ระบบ Quarterในหนึ่งปีแบ่งออกเป็น 4 Quarter แต่ละ Quarter ใช้เวลาเรียนประมาณ 10 สัปดาห์ ดังนี้
Fall Quarter เปิดประมาณกลางกันยายน ธันวาคม
Winter Quarter เปิดประมาณมกราคม กลางมีนาคม
Spring Quarter เปิดประมาณต้นเมษายน กลางมิถุนายน
Summer Quarter เปิดประมาณกลางมิถุนายน- สิงหาคม
ระบบ Trimesterใน 1 ปี แบ่งภาคการศึกษาดังนี้
First Trimester เปิดประมาณกันยายน ธันวาคม
Second Trimester เปิดประมาณมกราคม เมษายน
Third Trimester เปิดประมาณพฤษภาคม สิงหาคม
ระบบ 4-1-4เป็นระบบใหม่ที่ใช้ในสถานศึกษาราว 8% ในสหรัฐอเมริกาแบ่งปีการศึกษาออกเป็น 2 ภาคใหญ่ คั่นด้วยภาคเรียนสั้นๆ ที่เรียกว่า Interim เพื่อให้นักศึกษาไปทำการค้นคว้าด้วยตนเอง หรือออก Field Trip แบ่งภาคเรียน ดังนี้
Fall Semester เปิดประมาณปลายสิงหาคม ธันวาคม
Interim เปิดประมาณเดือนมกราคม (1 เดือน)
Spring Semester เปิดประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม
ค่าเล่าเรียน 200,000 – 500,000 บาท/ปี (ขึ้นอยู่กับสถาบัน)
ค่าครองชีพ 500,000 บาท/ปี (เป็นอย่างต่ำ)

ทำงานพิเศษ
สำหรับนักศึกษาที่มาศึกษาในอเมริกานั้น แต่จะมีข้อกำหนดว่าห้ามทำงานเกินกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้านักศึกษากำลังศึกษาอยู่แบบเต็มเวลา จึงทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่มักจะทำงานในมหาวิทยาลัยของตัวเอง

หอพักนักศึกษา
โดยส่วนใหญ่แล้ว วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีบริการด้านที่พักสำหรับนักศึกษา หรือหอพักนั่นเอง ซึ่งส่วนจะเป็นห้องพักสำหรับนักศึกษาโสด และอยู่ภายในหรือใกล้เคียงกับวิทยาเขต

วีซ่านักศึกษา
วีซ่านักเรียนนักศึกษาอเมริกา ใช้สำหรับเดินทางเข้าอเมริกา เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาแบบเต็มเวลา วีซ่าชนิดนี้ มีชื่อเรียกตามสถานทูตอเมริกาว่า วีซ่านักเรียนF1 ซึ่งเป็นหนึ่งในวีซ่าอเมริกา ประเภทชั่วคราว หรือ non-immigration visa ซึ่งนักเรียนที่สนใจไป เรียนต่ออเมริกา  ควรต้องศึกษาให้เข้าใจถึงหลักเกณฑ์ในการยื่นขอ วีซ่านักเรียนอเมริกา ชนิดนี้ เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จในการยื่นวีซ่า และการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูต

ขั้นตอนการขอวีซ่านักเรียนอเมริกา (F-1 Student Visa)
1.) หนังสือเดินทาง (Passport)
2.) รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 5×5 เซนติเมตร เห็นใบหู ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 1 รูป
3.) เอกสารอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการยื่นวีซ่านักเรียนอเมริกา เช่น หลักฐานการศึกษา หลักฐานการทำงาน หลักฐานทางการเงิน
อัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา อาจจัดอยู่ในระดับ ที่ค่อนข้างสูงหรือปานกลาง ขึ้นอยู่กับสถาบันการศึกษา เมืองและรัฐ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษา รูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการศึกษา ที่มีชื่อเสียงมากกว่า มักมีอัตราค่าเล่าเรียนที่สูงกว่า และเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่า มักมีอัตราค่าครองชีพที่สูงกว่าเช่นกัน

10 อันดับโรงเรียนกฎหมายที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา
1.มหาวิทยาลัยเยล ชื่อเต็ม :  โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเยล (YaleLawSchool)
2. มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ชื่อเต็ม :  โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด  (StanfordLawSchool)
3. มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชื่อเต็ม :  โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  (HarvardLawSchool)
4. มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ชื่อเต็ม :  โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (ColumbiaLawSchool)
5. มหาวิทยาลัยชิคาโก ชื่อเต็ม : โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago Law School)
6. มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ชื่อเต็ม :  โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYULawSchool)
7. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ชื่อเต็ม :  โรงเรียกฎหมายเบิร์กลีย์  (BerkeleyLawSchool)
8. มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียชื่อเต็ม :  โรงเรียนกฎหมายเพนน์  (PennLawSchool)
9. มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ชื่อเต็ม :  โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย  (University of Virginia School of Law)
10. มหาวิทยาลัยมิชิแกน วิทยาเขตแอน อาร์เบอร์ ชื่อเต็ม : โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน
(University of Michigan Law School)

10 อันดับ โรงเรียนวารสารศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา
1. Columbia University (มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย)
– มหาวิทยาลัยแรกที่มีการให้ปริญญาระดับปริญญาโทด้านวารสารศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา
2. Indiana University – Bloomington (มหาวิทยาลัยอินเดียนา บลูมมิงตัน)
– Ernie Pyle นักวิชาการผู้สร้างชื่อเสียงด้านวารสารศาสตร์ให้แก่มหาวิทยาลัย
3. Northwestern University (มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น)
– มีหลักสูตรด้านวารสารศาสตร์โลกในระดับบัณฑิตศึกษา
4. Ohio University (มหาวิทยาลัยโอไฮโอ)
– มีศิษย์เก่าได้รับชัยชนะในรางวัล Pulitzer Prize (เปรียบได้กับโนเบลด้านวารสารศาสตร์และนิเทศศาสตร์) ถึง 13 คน
5. Syracuse University (มหาวิทยาลัยซีราคิวส์)
– โรงเรียนวารสารศาสตร์ที่ตอบรับนักเรียนเข้าเรียนเพียงแค่ 9 %
6. University of California at Berkeley (มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์)
– มีศูนย์ฝึกด้านสื่อดิจิตอลที่มหาวิทยาลัย
7. University of Florida (มหาวิทยาลัยฟลอริดา)
– มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมอันดับที่ 2 ด้านวารสารศาสตร์ระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา
8. University of Maryland – College Park (มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ คอลเลจพาร์ก)
– คณาจารย์ของคณะวารสารศาสตร์ของมหาวิทยาลัยได้รับรางวัล Pulitzer Prize
9. University of Missouri – Columbia  (มหาวิทยาลัยมิสซูรี โคลัมเบีย)
– โรงเรียนด้านวารสารศาสตร์แห่งแรกของโลก
10. University of North Carolina at Chapel Hill (มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์)
– มีหลักสูตรพิเศษด้านวารสารศาสตร์วิทยาศาสตร์และการแพทย์

รายชื่อสถาบันสอนภาษาและมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพในการเรียนต่ออเมริกา
1.SanDiegoStateUniversity
2.California State University, Longbeach
3.California State University, EastBay
4.HultBusinessSchool
5.GoldenGateUniversity
6.LincolnUniversity
7.De Anza Community College
8.TacomaCommunity College
9.WhatcomCommunity College
10.Cal America Institute
11.Intrax International Institute
12.Geos Language School
13.Zoni Language School
14.St. Giles International School
15.AmericanAcademy of English
16.LASC

ทำไมจึงควรเลือกเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ

ประเทศอังกฤษมีสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพมากมายสำหรับนักเรียนต่างชาติ มีคอร์สการเรียนทุกระดับ ทุกสาขาวิชา มีระบบฝึกงานเฉพาะด้าน และมีหลักสูตรเรียนทางไกลซึ่งสามารถเรียนอยู่ในประเทศตนเองได้ แม้อังกฤษจะมีค่าครองชีพค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น แต่หลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่นั้นจะใช้เวลาเรียนเพียง3 ปีหลักสูตรปริญญาโทใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง และสามารถก้าวสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นคือสถาบันการศึกษาของอังกฤษหลายๆแห่งมีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนต่างชาติและนักเรียนต่างชาติสามารถทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม แบบฟูลไทม์ในช่วงปิดเทอมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายทางบ้านได้

ข้อดีของการเรียนในประเทศอังกฤษ

– มาตรฐานการศึกษาเป็นที่ยอมรับทั่วโลก มหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศอังกฤษมีอายุเก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Oxford, Cambridge มหาวิทยาลัยเหล่านี้เป็นเหมือนบรรทัดฐานให้สถาบันการศึกษาในประเทศอังกฤษปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการสอนของตนเองให้ดีอยู่เสมอ นักเรียนจึงวางใจได้ในคุณภาพ
– ค่าใช้จ่ายไม่สูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นบางประเทศ นอกจากนี้ หลักสูตรในประเทศอังกฤษส่วนมากใช้เวลาเรียนน้อยกว่า เช่น ในระดับปริญญาตรีใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี และปริญญาโทใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนักเรียนในระหว่างเรียนได้อีกด้วย
– จากประเทศอังกฤษ นักเรียนสามารถเดินทางไปเที่ยวประเทศต่างๆในยุโรปอย่าง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ เครื่องบิน โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
– ได้สัมผัสวัฒนธรรมหลากหลายจากเพื่อนนักเรียนที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก

ข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์

สหราชอาณาจักรมีพรมแดนทางทิศใต้จรดช่องแคบอังกฤษซึ่งคั่นระหว่างสหราชอาณาจักรกับภาคพื้นทวีปยุโรป ทางทิศเหนือจรดกับทะเลเหนือทางทิศตะวันตกกับทะเลไอร์แลนด์และมหาสมุทรแอตแลนติก สหราชอาณาจักรมีพรมแดนทางบกกับรัฐอื่นเพียงแห่งเดียว คือระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์

ข้อมูลทางด้านภูมิอากาศ

สหราชอาณาจักรมีพรมแดนทางทิศใต้จรดช่องแคบอังกฤษซึ่งคั่นระหว่างสหราชอาณาจักรกับภาคพื้นทวีปยุโรป ทางทิศเหนือจรดกับทะเลเหนือทางทิศตะวันตกกับทะเลไอร์แลนด์และมหาสมุทรแอตแลนติก สหราชอาณาจักรมีพรมแดนทางบกกับรัฐอื่นเพียงแห่งเดียว คือระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา

จากการสำรวจสำมะโนครัวของสหราชอาณาจักรในเดือนเมษายนพ.ศ. 2544 สหราชอาณาจักรมีประชากร 58,789,194 คน โดยมากเป็นอันดับที่ 3 ของสหภาพยุโรป และอันดับ 21 ของโลก ในปีพ.ศ. 2547 สำนักงานสถิติแห่งชาติประมาณการจำนวนประชากรที่ 59,834,300 คนและเพิ่มเป็น 60.2 ล้านคนในอีกสองปีต่อมา โดยการเพิ่มจำนวนประชากรส่วนใหญ่มาจากการอพยพเข้าประเทศ อัตราการเกิดที่สูงขึ้น และอายุขัยที่ยาวนานขึ้น
สหราชอาณาจักรไม่มีภาษาราชการ ภาษาที่พูดกันเป็นส่วนใหญ่คือภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลุ่มเจอร์มานิกตะวันตก พัฒนามาจากภาษาอังกฤษโบราณ ภาษาท้องถิ่นอื่นๆ ได้แก่ภาษาสกอต และภาษากลุ่มแกลิกและบริทโทนิก (เป็นกลุ่มภาษาย่อยของกลุ่มภาษาเคลติก)เช่นภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช และภาษาสกอตติชแกลิกภาษาอังกฤษได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จากอิทธิพลของจักรวรรดิบริเตน

ข้อมูลทางด้านศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่ถือศาสนาคริสต์ ศาสนาอื่นได้แก่ ศาสนาพุทธ ฮินดู ยิว อิสลามและซิกข์ ประมาณ 23% ของประชากรไม่มีการยึดถือ ศาสนาใดๆเป็นหลัก

ข้อมูลด้านการเดินทาง

ระบบขนส่งมวลชนในประเทศอังกฤษนั้นค่อนข้างสะดวกสบาย มีจุดเชื่อมโยงกันทำให้การคมนาคมนั้นสะดวก ซึ่งสามารถเดินได้อย่างสะดวกทั้งในเมืองที่พักอยู่และการเดินทางระหว่างเมือง

ค่าครองชีพ 

อังกฤษเป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกโดยเฉพาะที่ลอนดอน โดยทั่วไป นักศึกษาต่างชาติที่พำนักอยู่ในลอนดอน จะใช้จ่ายประมาณสัปดาห์ละ 200 Pound น้องแต่ละคนอาจจ่ายมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับการจับจ่ายใช้สอยของแต่ละคน ตารางข้างล่างเป็นการประมาณการค่าใช้จ่าย 1สัปดาห์   ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ น้อง ๆ ที่อยากหลีกเลี่ยงค่าครองชีพที่สูงในลอนดอน พี่แนะนำว่าควรเลือกเมืองอื่น ๆ ในอังกฤษ จะช่วยประหยัดงบประมาณของน้อง ๆ ได้มาก

ระบบ การศึกษา

การเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขอวีซ่า, เอกสารขอวีซ่า UK หรือ วีซ่าอังกฤษ มีรายการดังต่อไปนี้
– แบบฟอร์มขอวีซ่า ผ่านระบบออนไลน์ (กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ) ของทางเว็บไซด์ www.visa4uk.fco.gov.uk
– แบบฟอร์ม Appendix 8 (สำหรับ Tier4 General Student) หรือ Appendix 9 (สำหรับ Tier4 Child Student)
– รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 2 นิ้ว (35×45 mm.) D/L เอกสารการถ่ายรูปอย่างถูกต้อง
– หนังสือเดินทาง (Passport) ทุกเล่มที่มี
– เอกสารส่วนตัว เช่น สำเนา บัตรประชาชน/ บัตรข้าราชการ/ บัตรรัฐวิสาหกิจ/ ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล/ ทะเบียนสมรส/ ทะเบียนหย่า/ ทะเบียนบ้าน/ สูติบัตร ของผู้ยื่นวีซ่า และผู้ที่เกี่ยวข้อง
– หลักฐานการศึกษาและการฝึกอบรม
Confirmation of Acceptance for Studies (CAS) จากทางสถาบันที่เราสมัครเรียน
– เอกสารและใบเสร็จที่ใช้ในการสมัครเรียน รวมถึงใบเสร็จค่าที่พักที่ด้วย (ถ้ามี)
-หลักฐาน ระดับทักษะภาษาอังกฤษ
– หลักฐานการทำงาน
– หลักฐานทางการเงิน ได้แก่ หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีเงินสนับสนุนที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตที่ UK ในขณะที่ทำการศึกษาอยู่ที่นั่น และมีจำนวนเงินตามเงื่อนไขที่สถานทูตกำหนดมาไม่น้อยกว่า 28 วัน
– หลักฐานที่พัก ระหว่างทำการศึกษาที่ UK เช่น สัญญาเช่า หนังสือรับรองการให้การสนับสนุนที่พัก เป็นต้น
– หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพจาก IOM (Medical Certificate)
-ใบนัดยื่นวีซ่า จาก VFS-UK (ตัวแทนสถานทูต ในการยื่นเรื่องขอวีซ่า)
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า เป็นแคชเชียร์เช็ค

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ

– หลักสูตรวิชาชีพ
ค่าเล่าเรียนในหลักสูตรวิชาชีพ จะเฉลี่ยอยู่ในช่วง £3,900 – £4,800 ต่อปี และสำหรับหลักสูตรประเภท HNDs/HNCs จะมีค่าเล่าเรียนในช่วง £5,700 – £7,500 ต่อปี นอกจากนี้ ยังต้องจัดเตรียมงบประมาณสำหรับ 1 ปีการศึกษา (9 เดือน) ในส่วนของค่าครองชีพ คือ £768 ต่อเดือนสำหรับการเรียนในเมือง London หรือ £600 ต่อเดือนสำหรับการเรียนในเมืองอื่นๆ
– หลักสูตรปริญญาตรี
หลักสูตรปีพื้นฐานหรือ Foundation มีค่าเล่าเรียนอยู่ในช่วง £4,000 – £12,000 ต่อปีในขณะที่หลักสูตรการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการระยะสั้น มีค่าเล่าเรียนอยู่ในช่วง £1,000 – £6,000 ค่าเล่าเรียนและค่ากินอยู่ มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะกำหนดอัตราค่าเล่าเรียนของตนเอง
สำหรับค่ากินอยู่ อัตราค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ที่พัก อาหาร เสื้อผ้า สันทนาการ ตำรา
ค่าเดินทางในแต่ละวัน) ตกประมาณเดือนละ  £750 ใน London หรือ  £ 650 ในเมืองอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังต้องจัดเตรียมงบประมาณสำหรับ 1 ปีการศึกษา (12 เดือน) ในส่วนของค่าครองชีพ คือ £768 ต่อเดือนสำหรับการเรียนในเมือง London หรือ £600 ต่อเดือนสำหรับการเรียนในเมืองอื่นๆ

มหาวิทยาลัยยอดนิยมในประเทศอังกฤษปี 2013

จากการสำรวจสำมะโนครัวของสหราชอาณาจักรในเดือนเมษายนพ.ศ. 2544 สหราชอาณาจักรมีประชากร 58,789,194 คน โดยมากเป็นอันดับที่ 3 ของสหภาพยุโรป และอันดับ 21 ของโลก ในปีพ.ศ. 2547 สำนักงานสถิติแห่งชาติประมาณการจำนวนประชากรที่ 59,834,300 คนและเพิ่มเป็น 60.2 ล้านคนในอีกสองปีต่อมา โดยการเพิ่มจำนวนประชากรส่วนใหญ่มาจากการอพยพเข้าประเทศ อัตราการเกิดที่สูงขึ้น และอายุขัยที่ยาวนานขึ้น
สหราชอาณาจักรไม่มีภาษาราชการ ภาษาที่พูดกันเป็นส่วนใหญ่คือภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลุ่มเจอร์มานิกตะวันตก พัฒนามาจากภาษาอังกฤษโบราณ ภาษาท้องถิ่นอื่นๆ ได้แก่ภาษาสกอต และภาษากลุ่มแกลิกและบริทโทนิก (เป็นกลุ่มภาษาย่อยของกลุ่มภาษาเคลติก)เช่นภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช และภาษาสกอตติชแกลิกภาษาอังกฤษได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จากอิทธิพลของจักรวรรดิบริเตน

ข้อมูลทางด้านศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่ถือศาสนาคริสต์ ศาสนาอื่นได้แก่ ศาสนาพุทธ ฮินดู ยิว อิสลามและซิกข์ ประมาณ 23% ของประชากรไม่มีการยึดถือ ศาสนาใดๆเป็นหลัก

ข้อมูลด้านการเดินทาง

ระบบขนส่งมวลชนในประเทศอังกฤษนั้นค่อนข้างสะดวกสบาย มีจุดเชื่อมโยงกันทำให้การคมนาคมนั้นสะดวก ซึ่งสามารถเดินได้อย่างสะดวกทั้งในเมืองที่พักอยู่และการเดินทางระหว่างเมือง

ค่าครองชีพ 

อังกฤษเป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกโดยเฉพาะที่ลอนดอน โดยทั่วไป นักศึกษาต่างชาติที่พำนักอยู่ในลอนดอน จะใช้จ่ายประมาณสัปดาห์ละ 200 Pound น้องแต่ละคนอาจจ่ายมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับการจับจ่ายใช้สอยของแต่ละคน ตารางข้างล่างเป็นการประมาณการค่าใช้จ่าย 1สัปดาห์   ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ น้อง ๆ ที่อยากหลีกเลี่ยงค่าครองชีพที่สูงในลอนดอน พี่แนะนำว่าควรเลือกเมืองอื่น ๆ ในอังกฤษ จะช่วยประหยัดงบประมาณของน้อง ๆ ได้มาก

ระบบการศึกษา

Durham University
University of Bath
University of Exeter
University of Glasgow
University of Edinburgh
University of Bristol
City University
University of Kent
University of Southampton

University of Reading
Aston University
Brunel University
University of Liverpool
Coventry University
University of Huddersfield
UWE Bristol