ทำไมจึงควรเรียนต่อที่สเปน
ประเทศสเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยรู้จักกันดีจากแฟชั่น และกีฬา ซึ่งหลาย ๆ คนเองก็นิยมไปเรียนต่อประเทศสเปน หรือเรียนภาษาสเปน ที่ประเทศสเปน โดยเฉพาะในหลักสูตรทางด้านแฟชั่นดีไซน์ และสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจจริงในการศึกษาต่อประเทศสเปนแล้ว  การขอวีซ่าสเปนนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากอย่างแน่นอน

ข้อดีของการไปเรียนต่อประเทศสเปน
– ประเทศสเปนมีการวางรากฐานการศึกษามายาวนาน โดยมีมหาวิทยาลัยใน Salamanca ซึ่งเป็น 1 ใน- มหาวิทยาลัยแห่งแรกของยุโรปซึ่งก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1218
– ระบบการศึกษาในสเปนถือได้ว่าเป็นระบบการศึกษาที่ดีที่สุดประเทศหนึ่ง ทั้งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและของเอกชน ซึ่งได้รับความสำเร็จเท่าเทียมกัน
– การศึกษาในสเปนจะเป็นการศึกษาคู่ขนานระหว่างความรู้เฉพาะทางและวัฒนธรรม, การเมือง และประวัติศาสตร์ของสเปน
– ภาษาสเปนเป็นภาษาที่มีผู้คนสามารถสื่อสารได้มากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นภาษาราชการของ 21 ประเทศทั่วโลก
– ระบบมหาวิทยาลัยในประเทศสเปนมีการจัดหลักสูตรที่ดีและสมดุลกันระหว่างมนุษยศาสตร์, สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน

สเปน (Spain) เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในยุโรปตะวันตก มีพื้นที่  504782 ตารางกิโลเมตร
รวมทั้งหมู่เกาะแบลิแอริกและ และหมู่เกาะแคนารี  เมืองหลวงคือกรุงมาดริดซึ่งอยู่ตรงกลางประเทศ
สเปนมีพรหมแดนติดกับประเทศฝรั่งเศส  โปรตุเกส และช่องแคบยิบรอลตาร์

ข้อมูลทางด้านสภาพภูมิอากาศ ประเทศสเปน (Spain) ตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น แต่เนื่องจากลักษณะของภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ อากาศของภูมิภาคต่างๆ จึงมีลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพของภูมิประเทศ เช่น ภาคเหนือ มีสภาพอากาศของริมฝั่งทะเล ซึ่งโดยปกติในฤดูหนาวไม่หนาวจัด และเย็นสบายในฤดูร้อน แต่เป็นภาคที่ฝนตกฉุกและมีความชื้นสูง ส่วน ภาคกลาง และ ภาคใต้ สภาพอากาศแห้ง ฝนตกน้อย ในฤดูร้อนอากาศร้อนจัด แต่ในฤดูหนาวไม่หนาวจัด

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา
ระเทศสเปนมีประชากรทั้งสิ้น 46,754,784 คน (กรกฎาคม 2011) ซึ่งประกอบด้วยเชื้อชาติต่างๆ ได้แก่
– Spanish (ร้อยละ 74)
– Catalan (ร้อยละ 15.9)
– Galician (ร้อยละ 6.3)
– Basque (ร้อยละ 3.8)

ประชากรชาวสเปนนั้นจะใช้ภาษาสเปน และภาษาท้องถิ่นอื่นๆ
เช่นภาษากาตาลัน ภาษากาเยโล ภาษาเบเลนเซียโน ภาษาบาสโก

เวลา
เวลาที่ประเทศสเปนจะช้ากว่าที่ประเทศไทย
5 ชั่วโมง

ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาของสเปนเปิดสอนทุกระดับ ทั้งในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย รวมไปถึงโรงเรียนธุรกิจที่โด่งดังระดับโลกหลายแห่ง ทั้งยังเป็นโอกาสดีที่สุดสำหรับคนที่สนใจเรียนภาษาสเปน เพราะมีให้เลือกหลากหลายหลักสูตร สเปนมีระบบการศึกษาที่ดี การศึกษาช่วยพัฒนาความรู้ ความคิด สามารถก้าวสู่ตลาดงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ที่สำคัญคือเปิดโอกาสการเรียนรู้ให้กับชาวต่างชาติ ภายหลังการปฏิรูประบบการศึกษาในสเปน กำหนดให้การศึกษาภาคบังคับไม่เสียค่าเล่าเรียน โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 6-16 ปี
– ระดับ nursery infant education เริ่มตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี
– ระดับประถมศึกษา primary education เริ่มตั้งแต่อายุ 6-12 ปี
– ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (การศึกษาภาคบังคับ) เริ่มตั้งแต่อายุ 12-16 ปี
– ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (การศึกษาภาคบังคับ) เป็นการศึกษา baccalaureate และการฝึกอบรม
– ระดับกลางด้าน vocational training
– การฝึกอบรมระดับสูงด้าน vocational training
– การศึกษาระดับอุดมศึกษา ต้องสอบผ่าน entrance examination
ระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็น 3 ระดับ
– ระดับที่หนึ่ง เป็นการศึกษาวิชาการทั่วไป ระยะเวลาในการศึกษา 3 ปี สำเร็จการศึกษาจะได้รับ first degree สามารถไปศึกษาต่อในระดับที่ 2 ระดับปริญญาได้
– ระดับที่สอง ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับที่หนึ่ง ในสาขาวิชาเดียวกับที่จะศึกษาต่อในระดับที่สอง ระยะเวลาในการศึกษา 2 ปี ยกเว้นสาขาแพทยศาสตร์ ใช้เวลาในการศึกษา 6 ปี และสาขาสัตวแพทย์ ใช้เวลาเรียน 5 ปี
– ระดับที่สาม เป็นการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอก เป็นการศึกษาระดับปริญญาโท 1-2 ปี และระดับปริญญาเอก 4 ปี โดยเน้นการทำวิจัย และสอบวิทยานิพนธ์

หอพักนักศึกษา
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ของสเปนจะมีหอพักนักศึกษา สำหรับบริการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้งแบบห้องเดียวและแบบอาศัยรวม ซึ่งนักศึกษาเองสามารถติดต่อสอบถามกับทางมหาวิทยาลัยได้โดยตรง

แฟชั่นดีไซน์และภาษาสเปน
– หลักสูตรแฟชั่นดีไซน์ (Fashion Design Courses)
ประเทศสเปนนั้นเป็น 1 ในประเทศที่เป็นผู้นำในเรื่องของแฟชั่นดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋า และวงการแฟชั่นระดับโลกก็ให้การยอมรับ ดีไซน์เนอร์ดัง ๆ ในประเทศสเปนที่ได้รับการชื่นชมระดับโลกอาทิเช่น Adolfo Dominguez ซึ่งแบรนด์เสื้อผ้าของเขานั้นมีชื่อเสียงในระดับโลก และมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 27 ประเทศ ซึ่งการเรียนแฟชั่นดีไซน์ในประเทศสเปนนั้นจะมีทั้งหลักสูตรภาษาอังกฤษ และหลักสูตรภาษาสเปน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ IstitutoEuropeo di Design
– หลักสูตรภาษาสเปน
อย่างที่เราทราบกันดีว่า ภาษาสเปน เป็นหนึ่งในภาษาที่ใช้สื่อสารกันมากกว่า 21 ประเทศ ซึ่งหลักสูตรภาษาสเปนนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ และต้องการศึกษาวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสังคมของประเทศสเปนอย่างแท้จริง ซึ่งหลักสูตรมีทั้งการเรียนในระยะสั้น และการเรียนในระยะยาว ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ Eurocentres

วีซ่านักศึกษา
สำหรับบุนักเรียนนักศึกษาไทยที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศสเปน มีความจำำเป็นต้องยื่นขอวีซ่า จะต้องยื่นเอกสารดังด้านล่างนี้
– เอกสารสำหรับขอวีซ่านักเรียนสเปน
– กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าให้ครบถ้วน ซึ่งแบบฟอร์มสามารถขอได้ที่สถานฑูตสเปนตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ด้านล่าง
– รูปถ่ายสี 1 นิ้ว พื้นหลักเป็นสีขาว 2 รูป
– หนังสือเดินทาง ซึ่งต้องไม่หมดอายุระหว่างพำนักอยู่ที่ประเทศสเปน
– เงินค่าธรรมเนียมประมาณ 3,000 โดยประมาณ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง
– เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่จำเป็น ซึ่งสถานฑูตขอดูเพิ่มเติม อาทิ หลักฐานทางการเงิน(ฺBank Statement), หนังสือรับรองจากทางสถาบันที่เราจะไปศึกษา, ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าเราไม่ติดยาเสพย์ติด และไม่ใช่
บุคคลวิกลจริต (ต้องระบุในใบรับรองด้วย), ใบรับรองความประพฤติที่ออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประกันอุบัติภัยเดินทาง
– ใบจองตั๋วเครื่องบิน

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ
สำหรับมหาวิทยาลัยของรัฐ นักเรียนทุกคนยังต้องจ่ายค่าลงทะเบียนเรียนและค่าหน่วยกิตให้กับมหาวิทยาลัย โดยอัตราค่าเล่าเรียนนั้นขึ้นกับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่เรียน รวมถึงจำนวนหน่วยกิตของแต่ละวิชา ซึ่งโดยสรุปรายละเอียดค่าเล่าเรียนเมื่อปี 2009/2010 มีดังนั้น
– ค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรี
– 9.50 – 16 ยูโร ต่อ หน่วยกิต ในกรณีที่ลงทะเบียนรายวิชานี้ครั้งที่ 1
– 12.50 – 21 ยูโร ต่อ หน่วยกิต ในกรณีที่ลงทะเบียนรายวิชานี้ครั้งที่ 2
– 18 – 33 ยูโร ต่อ หน่วยกิต ในกรณีที่ลงทะเบียนรายวิชานี้ครั้งที่ 3 ขึ้นไป
ส่วนใหญ่แล้วในระดับปริญญาตรีจะเรียนทั้งสิ้นประมาณ 180 หน่วยกิตต่อหลักสูตร (60 หน่วยกิตต่อปี) ยกเว้นปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์จะเรียนถึง 240 หน่วยกิตต่อหลักสูตร (60 หน่วยกิตต่อปี)
– ค่าเล่าเรียนในหลักสูตรปริญญาโท
-21 – 30 ยูโรต่อหน่วยกิต ซึ่งในระดับปริญญาโทส่วนใหญ่มักจะเรียนอยู่ที่ 90-120 หน่วยกิต
– ค่าเล่าเรียนในหลักสูตรปริญญาเอก หรือระดับ PhD
– 27 – 53 ยูโรต่อหน่วยกิต

มหาวิทยาลัยยอดนิยมในสเปน
– Universidad Complutense de Madrid
http://pendientedemigracion.ucm.es/?tp=Centros%20y%20Departamentos&a=centros&d=centros.php
– Universidad Carlos III de Madrid
http://www.uc3m.es/portal/page/portal/titulaciones_grado
– Universidad de Navarra
http://www.unav.es/servicio/opusdei
– Universidad de barcelona
http://www.ub.edu/web/ub/en/universitat/coneix_la_ub/facultats_escoles/facultats.html
– Universidad PompeuFabra
http://www.upf.edu/universitat/home_upf/facultats.html
– Centros y Campus universitarios
http://www.upm.es/institucional/UPM/Centros
– Universidad Autónoma de Madrid Grados
http://www.uam.es/ss/Satellite/es/1234886330662/listadoAgrupado/Grados.html
– Universidad de Zaragoza

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่นักศึกษาจากนานาประเทศต่างพากันเข้ามา ศึกษาต่อ เรียนต่อนิวซีแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาฝึกฝนภาษา โดยเลือก เรียนภาษาอังกฤษ ณ สถาบันภาษาในประเทศนิวซีแลนด์  หรือการเรียนในระดับ  High School ปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก ที่มหาลัยวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาอื่นๆ ภายในประเทศก็ตาม  หลากหลายเหตุผลที่นักเรียนไทยนิยมไป เรียนต่อนิวซีแลนด์ อาทิเช่น วัฒนธรรมที่หลากหลาย,  ธรรมชาติที่สวยงาม และระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ

รวมถึงอีกเหตุผลที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการไปเรียนที่นิวซีแลนด์ถูกกว่าที่ประเทศอื่น คือ อัตราแลกเปลี่ยนที่นิวซีแลนด์นั้นถูกกว่าประเทศอื่นมากๆเลยและค่าครองชีพที่นิวซีแลนด์ถูกกว่าที่อังกฤษและที่ออสเตรเลียและหลายๆประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก

ข้อดีของการไปเรียนต่อประเทศนิวซีแลนด

ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ห่างจากประเทศออสเตรเลียมาทางทิศตะวันออก 1,600 กิโลเมตร ประเทศนิวซีแลนด์ประกอบด้วย 2 เกาะหลัก คือ เกาะเหนือ (North Island) และเกาะใต้ (South Island) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าประเทศอังกฤษเล็กน้อย และใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น และยังมีเกาะเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะเกาะเล็กซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะใต้ มีชื่อเรียกว่า เกาะสจ๊วต (Stewart Island)

ข้อมูลทางด้านสภาพภูมิอากาศ
สภาพอากาศ ของประเทศนิวซีแลนด์ ถือเป็นสิ่งที่พิเศษสุดสำหรับประเทศนี้ เนื่องจากไร้ซึ่งมลพิษใดๆ โดยสิ้นเชิง และมีช่วงเวลาสำหรับรับแสงอาทิตย์ตลอดทุกวัน โดยเฉลี่ยวันละ 7 – 8 ชั่วโมง ในฤดูร้อน และ 4 – 5 ชั่วโมง ในฤดูหนาว

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา
กว่า ชาวเมารี (Maori) ซึ่งมีผิวสีเหลืองมีอยู่ประมาณ 151,100 คน ซึ่งมีสิทธิทางสังคมเทียบเท่ากับชาวผิวขาวทุกอย่าง โดยรัฐบาลกลางอังกฤษให้ความคุ้มครองทั่วถึงทุกคน ชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนส์ ชาวนิวซีแลนด์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ แต่ขณะเดียวกันภาษาพื้นเมืองเมารียังคงมีบทบาทเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้เป็นชื่อสถานที่

เวลา
เวลาของประเทศนิวซีแลนด์ จะเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ยกเว้นช่วงระหว่างตอนต้นเดือน
ตุลาคมถึงต้นเดือนมีนาคม ที่เวลาของนิวซีแลนด์จะเร็วกว่าประเทศไทยเป็น 6 ชั่วโมง

ระบบการศึกษา

– ระดับประถมศึกษา
นักเรียนส่วนมากเริ่มต้นการเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่ออายุ 5 ปี และเข้าศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาตอนปลายเมื่ออายุ 11 ปี โรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งสามารถรับนักเรียนจนกระทั่งอายุ 12 ปี และเข้าต่อระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุ 13-17 หรือ 18 ปี

– ระดับมัธยมศึกษา
นิวซีแลนด์มีโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาอยู่กว่า 400 แห่ง ซึ่งรวมถึง โรงเรียนของรัฐบาล กึ่งรัฐบาล และเอกชน อายุขั้นต่ำของนักเรียนนานาชาติที่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนระดับมัธยมได้คือ 11-13 ปี โดยแต่ละโรงเรียนมีหลักสูตรการเรียนการสอนของตนเองภายใต้การควบคุมดูแลในเรื่องของคุณภาพ และอนุมัติหลักสูตรโดยกระทรวงศึกษาธิการ และการรับรองคุณภาพจาก New Zealand Qualification Authority (NZQA) ภาคการศึกษาแบ่งเป็น 4 เทอม และระหว่างเทอมจะปิดให้นักเรียนพัก 2 สัปดาห์ โรงเรียนมัธยมถูกกำหนดให้มีการสอนไม่น้อยกว่า 190 วัน ต่อปีการศึกษา

– ระดับอุดมศึกษา
การศึกษาในระดับอุดมศึกษาหมายถึง การศึกษาในระดับ ที่สูงกว่ามัธยมศึกษา ซึ่งหมายถึงสถาบันการศึกษาดังต่อไปนี้

– ระดับมหาวิทยาลัย
ในประเทศนิวซีแลนด์มีมหาวิทยาลัยรวม 8 แห่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลทั้งหมด

– ระดับโพลีเทคนิคและสถาบันเทคโนโลยี คือ
สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เปิดสอนในหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ จนถึงระดับปริญญาในหลากหลายสาขาวิชา

– สถาบันสอนภาษา
มีสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่เป็นของเอกชน และที่ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยหรือโพลีเทคนิค เปิดสอนหลักสูตรทั้งระยะสั้น (ต่ำกว่า 12 สัปดาห์) และระยะยาวคือ 1 ปี ใช้วิธีการสอนที่ทันสมัย เปิดรับนักศึกษาใหม่ตลอดทั้งปี

ทำงานพิเศษ
นักเรียนนักศึกษาอาจได้รับอนุญาตให้ทำงานพิเศษในระหว่างศึกษาได้ไม่เกิน 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากลงเรียนเต็มเวลาในหลักสูตรระยะยาวที่เป็นหลักสูตรปริญญา (Degree) หรือประกาศนียบัตรชั้นสูง (Diploma) ที่ต้องใช้เวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 2 ปี

หอพักนักศึกษา
โดยปกติหอพักนักเรียนจะตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานศึกษา มีให้เลือกทั้งแบบห้องพักเดี่ยวและรวม ทางหอพักจัดหาอาหารให้ทั้ง 3 มื้อในวันหยุด ส่วนวันธรรมดานักเรียนจะซื้อหาอาหารกลางวันเอง

วีซ่านักศึกษา
การที่จะสามารถได้วีซ่านักเรียนนั้น นักเรียนจะต้องแสดง หนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาในนิวซีแลนด์ และในหนังสือรับรองจะต้องระบุถึง หลักสูตรที่เรียน ระยะเวลาของหลักสูตร และหลักสูตรนั้นๆ ได้รับการรับรองว่านักเรียนนานาชาติสามารถลงเรียนได้ รวมไปถึงหลักฐานการชำระค่าเล่าเรียน แสดงหลักฐานทางการเงินว่ามีครอบคลุมค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์
สำหรับนักเรียนที่มีความประสงค์จะศึกษาในนิวซีแลนด์ น้อยกว่า 9 เดือน ต้องแสดงต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน NZ $ 1,000 ต่อเดือน

เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศนิวซีแลนด์

  1. ใบสมัครวีซ่านักเรียนที่ได้กรอกรายละเอียดพร้อมติดรูปถ่ายเรียบร้อยแล้ว และเซ็นชื่อในหน้าที่ 9
  2. ค่าวีซ่า 4,600 บาท (จะไม่มีการคืนค่าวีซ่าไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยเรียกเก็บจากสถานทูตนิวซีแลนด์)
  3. หนังสือเดินทางตัวจริง (Passport) ที่เหลืออายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนาที่ได้รับการรับรองสำเนาอย่างถูกต้อง 1 ชุด
  4. หนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งระบุชื่อหลักสูตร ระยะเวลาเรียน วันที่เริ่มเรียนและวันที่สิ้นสุดของการเรียน พร้อมทั้งหลักฐานการชำระเงินค่าเล่าเรียน
  5. หนังสือรับรองที่พักอาศัยในประเทศนิวซีแลนด์
  6. หนังสือรับรองทางด้านการเงิน ”Financial Under Taking for a Student (NZ1014)” ที่ได้กรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว และให้เจ้าของบัญชีธนาคารเซ็นชื่อในหน้าที่ 2
  7. หลักฐานทางการเงิน (Bank Statement)
    1. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก หรือ Bank Statement ของผู้สนับสนุนทางการเงิน (ผู้ปกครอง) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ค้ำประกัน สามารถดูแลค่าใช้จ่ายของผู้สมัครได้
    2. จดหมายรับรองของผู้สนับสนุนทางการเงินจากบริษัทที่ทำงานอยู่ โดยระบุรายได้ต่อปี (รวมโบนัส) ตำแหน่ง อายุการทำงาน และต้องออกโดยผู้มีอำนาจ หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท/หน่วยงาน/ห้างร้านนั้น
    3. ถ้าหากผู้ค้ำประกันเป็นเจ้าของกิจการ/บริษัท/ห้างร้าน จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัท หรือหลักฐานการจดทะเบียน ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของกิจการ/บริษัท/ห้างร้านนั้นๆ
  8. หลักฐานการศึกษาครั้งล่าสุด ใบแจ้งผลการเรียน (Transcript) และ การเข้าเรียนจากโรงเรียน/มหาวิทยาลัย ที่กำลังศึกษาอยู่ หรือเพิ่งจบการศึกษา
  9. กรณีนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปีต้องเดินทางโดยลำพัง หรือไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดา-มารดา ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดาและมารดา ระบุว่าอนุญาตให้บุตรเดินทางได้พร้อมเซ็นชื่อ
  10. สำเนาบัตรประชาชน (หรือใบสูติบัตร กรณีอายุไม่ถึง 17 ปี) และทะเบียนบ้านของผู้ปกครอง และผู้สมัคร
  11. สำหรับผู้สมัครที่อายุเกิน 17 ปี และได้ศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์มาแล้ว 2 ปี เมื่อขึ้นปีที่สาม จะต้องยื่นรายงานการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน โดยสามารถขอได้ที่กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน โทร.0-2205-2168-912.
  12. นักเรียนที่ไปศึกษาเป็นระเวลา 6 เดือนแต่ไม่เกิน 12 เดือน ต้องยื่นใบตรวจวัณโรค Temporary Entry X-ray Certificate (NZIS 1096) กรณีศึกษาเกิน 12 เดือนต้องยื่นผล medical examination and a medical and X-ray certificate จากโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจาก สถานทูตเท่านั้น ได้แก่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สมิติเวช(สุขุมวิท) บากกอกเนิสซิ่งโฮม และโกลบอลด็อกเตอร์ ใบตรวจร่างกายต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน และต้องใช้แบบฟอร์มจากแผนกวีซ่าสถานทูตนิวซีแลนด์
  13. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล และเอกสารการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ (ถ้ามี)

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาจะมีความแตกต่างกันตามระดับของการศึกษา โดยประมาณการค่าใช้จ่ายต่อปีได้ดังนี้

– ระดับมัธยมศึกษา
ค่าเล่าเรียนอยู่ที่ตั้งแต่.7,000.ถึง.25,000.เหรียญต่อปี เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ.9,000.เหรียญต่อปี

– ปริญญาตรี
สายศิลป์ ประมาณ.NZ$.9,500-12,500.ต่อปี
สายวิทย์ ประมาณ.NZ$.14,000-18,500.ต่อปี

– ปริญญาโท-เอก
ประมาณ.NZ$.11,000-33,000.ต่อปี

– โพลีเทคนิค
Dip, ตรี, โท ประมาณ.NZ$.9,000-15,800.ต่อปี

– หลักสูตรภาษาอังกฤษ
Full-time.(25.ชั่วโมงต่อสัปดาห์).ประมาณ.NZ$.320-350 ต่อสัปดาห์
Part-time.(15.ชั่วโมงต่อสัปดาห์).ประมาณ.NZ$250 ต่อสัปดาห์

– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ประมาณ.NZ$200.ต่อสัปดาห์

– ค่าที่พัก
Homestay.ตั้งแต่.NZ$.700-960.ต่อเดือน.รวมอาหารมื้อเช้าและเย็นในวันธรรมดา.และอาหารสามมื้อในวันหยุด
Boarding (โรงเรียนประจำ)/Hostel.ประมาณ.NZ$.6,000.ต่อปี.รวมอาหารทุกมื้อ

5 อันดับมหาวิทยาลัยชั้นน้ำของนิวซีแลนด์

  1. University of Auckland
  2. University of Otago
  3. University of Canterbury
  4. VictoriaUniversity of Wellington
  5. MasseyUniversity

รายชื่อมหาวิทยาลัยยอดนิยมในนิวซีแลนด์

  1. Auckland University of Technology (AUT)
  2. Lincoln University
  3. The University of Auckland
  4. Massey University
  5. The University of Waikato
  6. University of Canterbury
  7. University of Otago
  8. Victoria University of Wellington

ประเทศอิตาลีถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีความเจริญทางด้านการศึกษาเป็นอย่างมากเพราะทีสถาบันการเรียนที่มีคุณภาพสูงและเป็นผู้นำด้านการศึกษา  มีหลากหลายสาขาวิชาที่เปิดสอนเช่น  สถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะ การออกแบบ และอื่น ๆ ที่ชื่อเสียงในระดับโลกในเรื่องคุณภาพการสอน รวมทั้งมีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่เป็นแรงจูงใจในการไปสู่เป้าหมายทางการศึกษา และประสบความสำเร็จในอาชีพ

ประเทศอิตาลี เป็นอีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และเป็นประเทศในฝันของหลาย ๆ คนในการไปเยือนสักครั้งหนึ่ง อิตาลีนั้นนอกจากจะมีประวัติศาสตร์, อาคาร, ศิลปะที่สวยงามแล้ว วัฒนธรรมต่าง ๆ ก็น่าเรียนรู้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นหลากหลายเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนนิยมไปเรียนต่อประเทศอิตาลี ซึ่งอิตาลีมีสิ่งที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ คือ มีนครวาติกันซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิคตั้งอยู่กลางกรุงโรม โดยถือเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นกับอิตาลี

ข้อดีของการเรียนภาษาอิตาเลียนในประเทศอิตาลี
– มหาวิทยาลัยในอิตาลีมีคุณภาพสูง และเป็นผู้นำด้านการศึกษา
– ค่าเล่าเรียนถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ นักศึกษาต่างชาติจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาเท่ากับนักศึกษาอิตาเลียน
– ค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าเดินทางไม่แพง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปอื่น
– มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร
– เป็นสังคมที่มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และการศึกษาในอิตาลีเป็นประสบการณ์การศึกษาที่ดียิ่ง
– ภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาโรมันที่มีความใกล้เคียงที่สุดกับภาษาละติน และภาษาอังกฤษ ดังนั้นความรู้ทางภาษาอิตาเลียนจะช่วยให้เราเข้าใจนวัตกรรมของภาษา และการแปรเปลี่ยนของภาษาได้ง่ายขึ้น
– การมีความรู้ในภาษาอิตาเลียน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้สาขาวิชาชีพที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากประเทศอิตาลีนั้นเป็นผู้นำทางด้านศิลปะการทำอาหาร, การตกแต่งภายใน, แฟชั่น, ออกแบบกราฟฟิก, ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ
– ประเทศอิตาลีเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และมีการเติบโตในแต่ละปีด้วยอัตราที่สูง
– ประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมศิลปะของโลกส่วนใหญ่ มากกว่าร้อยละ 60 ที่พบในประเทศอิตาลี และศิลปินหลากหลายคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นชาวอิตาเลียน ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิลแองเจลโล หรือจอตโต

อิตาลี (Italy) หรือ สาธารณรัฐอิตาลี (Republic of Italy) เมืองหลวงคือ กรุงโรม (Rome/ Roma) ตั้งอยู่ตอนใต้ของทวีปยุโรป ลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปใน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง โดยมีอาณาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ทิศใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตกมีพรมแดนจรดประเทศฝรั่งเศส และทะเลไทเรเนียน ส่วนทิศตะวันออกจรดทะเลอาเดรียติก และอยู่ตรงข้ามกับ สโลเวเนียโครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย

ข้อมูลทางด้านภูมิอากาศ
สภาพอากาศที่อิตาลีจะเป็นอากาศแบบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ มีภูมิอากาศเป็นแบบอบอุ่น อุณหภูมิปานกลาง และมีฝนตกตลอดทั้งปี

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา
จำนวนประชากร 57.6 ล้านคน(ปี 2000) ประกอบด้วยประชากรช่วงวัยทำงาน ระหว่างอายุ 15-64 ปีถึงร้อยละ 68   โดยมีสัดส่วนประชากรชายและหญิงที่ใกล้เคียงกัน โดยประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อชาติอิตาเลียน มีส่วนน้อยที่เป็นลูกผสมกับเยอรมัน ฝรั่งเศส  สโลเวเนีย กรีก ฯลฯ ส่วนภาษาที่ใช้เป็นภาษาราชการคืออิตาเลียน ซึ่งมีประชากรบางส่วนของประเทศมีการใช้ภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส สโลเวเนีย ขึ้นอยู่กับว่าประชากรกลุ่มนั้นอาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ของประเทศใดนั่นเอง

ข้อมูลทางด้านศาสนา
ศาสนาที่ผู้คนส่วนใหญ่ในอิตาลีนับถือ คือ ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งชาวอิตาลีถึง 87.8% เป็นโรมันคาทอลิกโดยพฤตินัย ทั้งนี้ ประเทศอิตาลีมีกลุ่มศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ไม่ค่อยมากนัก เช่น  การอพยพเข้ามาของประชากรจากส่วนอื่นๆ ของโลก เป็นผลทำให้อิตาลีมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ประมาณ 825,000 คน แต่เป็นพลเมืองอิตาลีเพียง 50,000 คน นอกจากนี้ อิตาลีมีชาวพุทธประมาณ 50,000 คน โดยที รัฐบาลอิตาลีได้รับรองสถานะของสมาคมชาวพุทธในอิตาลี เมื่อ 20 มีนาคม พ.ศ. 2543 และมีวัดไทยสำคัญคือ วัดสันตจิตตาราม อยู่ห่างจากกรุงโรม 52 กิโลเมตร

ข้อมูลทางด้านวัฒนธรรม
อิตาลีมีวัฒนธรรมที่คล้ายคนเอเชียโดยให้ความเคารพนับถือผู้สูงอายุ ทั้งนี้การแสดงความเคารพและให้เกียรติผู้สูงอายุถือเป็นมารยาทที่ชาวอิตาเลียนชื่นชมมาก รวมถึงการมอบดอกไม้ที่เป็นการแสดงความยินดีหรือขอบคุณเมื่อได้รับเชิญเป็นแขกควรให้เป็นช่อที่จำนวนเป็นเลขคู่ในการทักทายกับชาวอิตาเลียนที่ยังไม่คุ้นเคยควรให้คำ “Signore” นำหน้าชื่อสกุลผู้ชายและ “Signora” นำหน้าชื่อสกุลผู้หญิง เมื่อแนะนำตัวหรือเรียกขานผู้นั้น ในที่ทำงานและการพบปะทางธุรกิจ เราจะต้องเรียกนามสกุล จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เรียกชื่อต้นได้ และหากมีคำนำหน้าชื่อ จำเป็นต้องเอ่ยให้ถูกต้องทุกครั้ง
เมื่อได้พบปะรู้จักกับคนใหม่ๆ การทักทายด้วยการจับมือเป็นเรื่องปกติ แต่บ่อยครั้งที่อาจนำมืออีกข้างมาจับที่แขนประกอบด้วย จึงไม่ต้องตกใจไป อีกทั้งคนอิตาลีมักชื่นชมผู้ที่มีการศึกษา มีความสามารถ ประสบความสำเร็จในอาชีพและให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม เพลง ไวน์ เสื้อผ้า อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเราก็ควรจะศึกษาข้อมูลไว้บ้างหากต้องไปอาศัยอยู่ที่อิตาลี

ข้อมูลด้านการเดินทาง
การเดินทางภายในอิตาลีสามารถทำได้ง่ายและกำหนดเวลาได้ค่อนข้างแน่นอน เพราะว่าอิตาลีมีระบบขนส่งที่ดี และค่อนข้างตรงเวลา ยกเว้นรถไฟปกติที่ไม่ใช่ความเร็วสูง เดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองนั้น สามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินหรือรถเมล์ ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองใช้รถไฟหรือเครื่องบินจะดวกที่สุด
การเดินทางโดยรถไฟจะมี 2 ลักษณะหลักๆ คือ รถไฟความเร็วสูงซึ่งใช้เวลาเดินทางน้อยและตรงเวลา เหมาะสำหรับเดินทางระหว่างเมืองที่อยู่ห่างกัน แต่จำเป็นต้องเสียค่าจองที่นั่งทุกครั้งก่อนการโดยสาร แต่หากเดินทาง
ระหว่างเมืองใกล้กันนั้น สามารถใช้รถไฟปกติได้ และไม่ต้องเสียค่าจองที่นั่งเพิ่ม แค่มีตั๋วรถไฟก็ขึ้นได้เลย แต่มีข้อเสียคือบางครั้งอาจจะ Delay ได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนไปถึงเป็นชั่วโมง ซึ่งอาจจะทำให้แผนการเดินทางเสียได้

ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาในอิตาลี เริ่มภาคบังคับตั้งแต่ประถมศึกษาขึ้นไป หากผู้ที่กำลังต้องการ หรือวางแผน ที่จะ ศึกษาต่อประเทศอิตาลี นั้น ถือได้ว่าข้อมูลระบบการศึกษาจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนที่ดีต่อไป
ระบบการศึกษา ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้

การศึกษาก่อนวัยเรียน – การศึกษาไม่บังคับ
3 เดือน – 3 ขวบ – ศูนย์รับดูแลเด็กเล็ก เสียค่าเรียน
4 – 5 ขวบ – NursingSchoolไม่เสียค่าเรียน

ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น การศึกษาภาคบังคับ ปี
6 – 11 ขวบ – การศึกษาประถมศึกษารวม 5 ปี
12 – 14 ขวบ – การศึกษามัธยมต้นรวม 3 ปีได้ประกาศนียบัตร

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
15 – 17 ปี – โรงเรียนมัธยมปลายสายอาชีพ 3 ปี
15 – 19 ปี – โรงเรียนมัธยมสายสามัญ 5  ปีได้

ปริญญาในมหาวิทยาลัยในอิตาลี
การสมัครเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัย นักศึกษาต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. สำเร็จชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งศึกษาอย่างน้อย 12 ปี
2. หากศึกษามาน้อยกว่า 12 ปี นักศึกษาจะต้องศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้ว 1 ปีในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองปีการศึกษา
ภาคที่ 1 ต้นตุลาคม
ภาคที่ 2 ต้นมีนาคม – มิถุนายน
บางคณะอาจเปิดสอนจากพฤศจิกายน – มิถุนายน

การศึกษาระดับอุดมศึกษา 
1st University Level หลักสูตร 3 ปี โดยรับจากผู้มีคุณวุฒิเกรด 13 สำเร็จแล้วได้รับคุณวุฒิ Corsi di Diploma Universitario – DU หรือ University Diploma Course หรือ ScuoleDirette a Fini – SDAFAS
2nd University level หลักสูตร 4 – 5 ปี รับผู้จบเกรด 13 สำเร็จแล้ว ได้รับคุณวุฒิ Laurea course (Corsi di Laurea – CL) ไม่ใช่สายวิชาชีพ ยกเว้นสาขาแพทยศาสตร์ใช้เวลาศึกษา 6 ปี แต่ปกติมักจะใช้เวลามากกว่าหลักสูตร 1 – 2 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วได้รับคุณวุฒิ Diploma di Laureaสำหรับบุคคลผู้ได้รับ คุณวุฒิเรียก Dottore/Dottoressaนำหน้านามสกุล
3rd University Level Dottorato di Riccrcaหลักสูตร 2 – 5 ปี โดยรับจาก ผู้มีคุณวุฒิ Diploma di Laureaหรือเทียบเท่า  Research doctorate programmes (DR) หลักสูตร 3 – 4 ปี โดยรับจากผู้มีคุณวุฒิระดับที่ 2 หรือ Laurea

วีซ่านักศึกษา
เอกสารประกอบการขอวีซ่าเพื่อการศึกษา (ระยะเวลาพำนักไม่เกิน 365 วัน) มีดังนี้

  1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุใช้งานได้อย่างน้อย 90 วัน หลังวีซ่าหมดอายุ
  2. แบบฟอร์มยื่นคำร้องขอวีซ่าที่กรอกข้อความครบถ้วน
  3. รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง (อายุไม่เกิน 6 เดือน) ขนาดใช้ติดบัตร จำนวน 1 รูป
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / บัตรประจำตัวข้าราชการ/ รัฐวิสาหกิจ (รับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อ)
  5. หลักฐานการเรียนจบการศึกษาครั้งสุดท้าย เช่น ประกาศนียบัตร หรือ ปริญญาบัตร (นักเรียนต้องมีความรู้พื้นฐานภาษาอิตาเลี่ยน ให้ยื่นหลักฐานแสดงว่าได้เรียนคอร์สภาษาอิตาเลี่ยนมาแล้วด้วย)
  6. หนังสือตอบรับจากสถานศึกษาในประเทศอิตาลี ระบุ ชื่อหลักสูตร/ ค่าเล่าเรียน/ ระยะเวลาเรียนทั้งหมด/ จำนวนชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์/ วุฒิทางการศึกษาที่จะได้รับเมื่อเรียนสำเร็จแล้ว
  7. หลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับผิดชอบจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆในระหว่างการศึกษาที่ประเทศอิตาลี -สมุดบัญชีธนาคารของผู้ออกค่าใช้จ่าย (พร้อมสำเนา ย้อนหลัง อย่างน้อย 6 เดือน)
    – หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย
    – ถ้ามีธุรกิจส่วนตัว ให้นำหลักฐานการประกอบธุรกิจ เช่น หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ บัญชีรายการทางการเงินของธุรกิจ สมุดบัญชีธนาคารของธุรกิจ
    – หนังสือรับรองการทำงาน
    – หลักฐานรายได้ เช่น ใบแสดงรายการเงินเดือน (Payslip) ฯลฯ
  8. หลักฐานการชำระเงินให้กับทางสถาบัน (ในกรณีที่ได้มีการจ่ายค่ามัดจำ หรือชำระค่าเล่าเรียนทั้งหมดแล้ว)
  9. หลักฐานที่พักอาศัยระหว่างศึกษา ระบุชื่อ/ ที่อยู่ หรือสัญญาเช่า (ถ้ามี)
  10. ประกันสุขภาพและอุบัติการเดินทาง ที่ครอบคลุมระยะเวลาที่พำนักทั้งหมดในประเทศอิตาลี ซึ่งรับรองสิทธิ11. การรับการรักษาพยาบาลที่ประเทศอิตาลี วงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำ 30,000 ยูโร
  11. ในกรณีที่นักเรียนมีอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องมีหนังสือให้ความยินยอมในการเดินทางจากบิดา-มารดา ซึ่งออกให้ ณ ที่ว่าการเขต หรืออำเภอ
  12. ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า 2,600 บาท (วีซ่าอายุ 91-365 วัน)
  13. สำเนาการจองตั๋วเครื่องบินระบุวันเดินทางไป-กลับ ให้นำมาแสดงในวันที่มาขอรับวีซ่า

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆแล้วค่าเล่าเรียนของประเทศอิตาลีถือว่าถูกกว่ามาก  เพราะนักศึกษาชาวต่างชาติที่เข้ามาเรียนต่อประเทศอิตาลีก็จ่ายค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาเท่ากับนักศึกษาอิตาเลี่ยนเช่นกัน  นอกจากนี้เรื่องค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าเดินทางไม่แพง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปอื่น ๆ และอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือประเทศอิตาลีเป็นสังคมที่มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และการศึกษาในอิตาลีเป็นประสบการณ์การศึกษาที่ดีอย่างยิ่ง

มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของอิตาลีที่ยังเปิดสอน
มหาวิทยาลัยโบโลญญา
มหาวิทยาลัยปาดัว
มหาวิทยาลัยเนเปิลส์เฟเดรีโกที่ 2
http://www.unina.it/index.jsp
มหาวิทยาลัยซีเอนา
http://www.unisi.it/
มหาวิทยาลัยโรมลาซาปีเอนซา
http://www.uniroma1.it/
มหาวิทยาลัยเปรูจา
http://www.unipg.it/en/
มหาวิทยาลัยปิซา
http://www.unipi.it/
มหาวิทยาลัยฟลอเรนซ์
http://www.unifi.it/mdswitch.html
มหาวิทยาลัยปาวีอา
http://www.unipv.eu/site/home.html
มหาวิทยาลัยตูริน
http://www.unito.it/

มร.ไมเคิล ฮักคะบี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลอรีเอท อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิเวอร์ซิตี้  เครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ซึ่งมีมหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่ในเครือข่าย 58 แห่งใน 29 ประเทศทั่วโลก

ถ้าใครเคยคิดฝันอยากจะเรียนวิชาสร้างสรรค์และทันสมัยในด้านอาร์ต และดีไซน์ ศิลปะการออกแบบ แฟชั่นดีไซน์ กราฟิกดีไซน์ มัลติมีเดียอาร์ต หรือการออกแบบดิจิตอล การพัฒนาเกมโปรแกรมแอนิเมชั่นสามมิติ การทำภาพยนตร์ ศิลปะการแสดง และถ่ายรูป ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกแล้วละก็ ความฝันไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

มร.ไมเคิล ฮักคะบี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลอรีเอท อินเตอร์ เนชั่นแนล ยูนิเวอร์ซิตี้ เครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก (Laureate International Universites – LIU) ซึ่งมีมหาวิทยาลัยชั้นนำ อยู่ในเครือข่าย 58 แห่งใน 29 ประเทศทั่วโลก บอกว่า “ผมว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ วัฒนธรรม มีเดีย การ สร้างสรรค์ออกแบบกำลังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยเองก็มีนโยบายที่จะพัฒนาในด้านนี้ และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตในด้านนี้อย่างมาก แต่ยังขาดบุคลากร และขาดการรองรับทางด้านนี้ ลอรีเอทเลยอยากเข้ามาแนะนำ แนวทางการศึกษาใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย โดยการดึงเอา มหาวิทยาลัยชื่อดังระดับท็อปของโลกจากอเมริกา อิตาลี และ นิวซีแลนด์ เปิด 4 หลักสูตรหนุนแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เพื่อนักศึกษาไทย

มหาวิทยาลัยทั้ง 4 สถาบันคือ
1. NewSchool of Architecture and Design โรงเรียนสถาปนิกอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ในเมือง แซนดีเอโก เมืองที่ได้รับขนานนามว่า เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ จนกลายเป็นพื้นที่ทดลอง และค้นหาความคิดสร้างสรรค์ในบรรยากาศชีวิตคนเมือง
2. Santa Fe University of Art and Design เมืองซานตาเฟ สหรัฐอเมริกา เป็นมหาวิทยาลัยที่สตูดิโอภาพยนตร์ระดับฮอลลี วูดใช้ถ่ายทำหนังมากมายหลายเรื่อง และนักศึกษามีโอกาสเข้า ฝึกงานในการถ่ายทำด้วย หลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากคือ Film/Video, Performing Arts และ Photography
3. NABA หรือ Nouva Accademia Di Belle Arti Milano โรงเรียนวิชาการออกแบบและศิลปะนานาชาติที่ดีที่สุดใน อิตาลี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลาน มีนักศึกษาจาก 50 ประเทศ ทั่วโลกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนในวิชาการออกแบบ เน้นหลักสูตร ด้านดีไซน์ทั้งแฟชั่นดีไซน์ กราฟิกดีไซน์ มีเดียดีไซน์ มัลติมีเดีย อาร์ต เพนท์ติ้ง และวิชวลอาร์ต รวมทั้งเธียเตอร์ดีไซน์
4. Media Design School ที่นิวซีแลนด์ ซึ่งได้รับการจัด ลำดับเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกด้านความริเริ่ม สร้างสรรค์ เปิดการสอนที่แคมปัสในโอกแลนด์ หลักสูตรที่เป็น ที่นิยมคือ การออกแบบดิจิตอล วิชวลเอฟเฟกต์ โปรแกรมสามมิติแอ นิเมชั่น การพัฒนาเกม โรงเรียนนี้มีความสัมพันธ์แน่นหนากับบริษัท ภาพยนตร์ชั้นนำ บริษัทออกแบบวิดีโอเกม บริษัทโฆษณา และเป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพที่สร้าง สรรค์ผลงานยอดเยี่ยมในอุตสาหกรรมสื่อดิจิตอลมาแล้วมากมาย

ซึ่งหลักสูตรทั้งหมดนี้สอดคล้องไปกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติของประเทศไทย ก็เหมือนเป็นการเตรียมความ พร้อมทางบุคลากรเพื่อพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจที่สร้างสรรค์ด้วย ขณะ ที่กลุ่มประเทศเอเชียอย่าง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ได้ก้าวไป สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์เรียบร้อยแล้ว

น่าตื่นเต้นมากสำหรับเยาวชนไทยที่จะได้เปิดโลกกว้างทางการ ศึกษา และเตรียมความพร้อมของตัวเองในโอกาสที่จะมีการเปิดเสรี อาเซียน ในปี 2558 นี้ด้วย  ขอขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพจากนิตยสาร Hello

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานเปิดงาน สยามนิทรรศน์รัชมงคล นำคนไทยย้อนรอยอดีต ชื่นชมภาพประวัติศาสตร์ในนิทรรศการ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทที่บันทึกพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งประทับในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 70 ปีก่อน เปรียบเทียบกับภาพปัจจุบันของสถานที่ต่างๆ ที่เคยประทับ ทรงศึกษาและเคยเสด็จประพาส เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 84 พรรษา พร้อมฉลอง 80 ปีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ที่บริเวณชั้น 1 สยามพารากอน


นิทรรศการครั้งนี้จัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับสถานเอกอัครราชฑูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป ร่วมทั้งหาทุนเพื่อสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนที่มีศักยภาพ

นิทรรศการ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทประกอบด้วยตัวนิทรรศการแสดงภาพนิ่งที่นำเสนอทั้งในรูปบอร์ดนิทรรศการและทัชสกรีนคอมพิวเตอร์ ถ่ายทำจากสถานที่จริงในปัจจุบันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และนำมาเปรียบเทียบกับภาพเก่าสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังประทับอยู่เมื่อ 70 ปีที่แล้ว

เอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซสโดยคุณเอกธนา ฝ่ายซ้ายครามได้ร่วมจัดนิทรรศการการศึกษาและการท่องเที่ยวสวิสในงานสยามนิทรรศน์รัชมงคล ภายในนิทรรศการได้จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านการบริหารการโรงแรมที่ดีสุด 3 อันดับแรกของโลก อย่างกลียอง เลส์โรชส์และเลส์โรชส์ กรูแยรร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แอพพลาย ซายน์ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กลียองเป็นสถานศึกษาเก่าแก่ มีวิทยาเขตอยู่ที่มองโทรซ์และบูลล์ ทำการเปิดสอนเรื่องการจัดการบริหารการท่องเที่ยว กีฬา อีเว้นท์ และบันเทิง เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุปริญญาไปจนถึงปริญญาโท เป็นสถาบันที่มุ่งผลิตบุคลากรที่มีประสิทธิภาพออกมาอย่างมากมายจากอดีตจนถึงปัจจุบัน หลักสูตรระดับปริญญาตรีในสาขาทางด้านการบริการ หรือ การจัดงาน, กีฬาและบันเทิง เรียนทั้งหมด 3.5 ปี ส่วนดิปโพลม่าเรียน 1.5 ปีและปริญญาโทเรียน 1 ปี ส่วนเลส์โรชส์มีวิทยาเขตอยู่ที่บลูชครองซ์ มอนตาน่าเน้นทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ  เปิดสอนด้านการบริหารโรงแรมนานาชาติสาขาผู้ประกอบการ , การเงิน , การตลาด , การออกแบบโรงแรม , อีเว้นท์ และการบริหารธุรกิจการครัว สร้างนักศึกษาเพื่อเข้าสู่อาชีพในอุตสาหกรรมบริการอย่างประสบความสำเร็จทำงานได้ทันที หลักสูตรปริญญาตรีเรียน 3.5-4 ปี ดิปโพลม่า 1.5-2 ปีและหลักสูตรปริญญาโทเรียน 1 ปี และเลส์โรชส์ กรูแยรร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แอพพลาย ซายน์มีวิทยาเขตอยู่ที่บูลล์และบลูช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียวที่รัฐบาลของสมาพันธรัฐสวิสได้ให้การรับรองคุณวุฒิ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของสวิสและทวีปยุโรปในขณะเดียวกัน ก็ได้รับการรับรองจาก ก.พ. ของประทศไทยด้วย หลักสูตรปริญญาตรีเรียน 4 ปีแบ่งออกเป็น 2 สาขาคือ สาขาบริหารการบริหารนานาชาติและสาขาการจัดการอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนปริญญาโทเรียน 1 ปี

ส่วนดิปโพลม่าเรียน 1.5 ปีและปริญญาโทเรียน 1 ปี ส่วนเลส์โรชส์มีวิทยาเขตอยู่ที่บลูชครองซ์ มอนตาน่าเน้นทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ  เปิดสอนด้านการบริหารโรงแรมนานาชาติสาขาผู้ประกอบการ , การเงิน , การตลาด , การออกแบบโรงแรม , อีเว้นท์ และการบริหารธุรกิจการครัว สร้างนักศึกษาเพื่อเข้าสู่อาชีพในอุตสาหกรรมบริการอย่างประสบความสำเร็จทำงานได้ทันที หลักสูตรปริญญาตรีเรียน 3.5-4 ปี ดิปโพลม่า 1.5-2 ปีและหลักสูตรปริญญาโทเรียน 1 ปี และเลส์โรชส์ กรูแยรร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แอพพลาย ซายน์มีวิทยาเขตอยู่ที่บูลล์และบลูช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียวที่รัฐบาลของสมาพันธรัฐสวิสได้ให้การรับรองคุณวุฒิ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของสวิสและทวีปยุโรปในขณะเดียวกัน ก็ได้รับการรับรองจาก ก.พ. ของประทศไทยด้วย หลักสูตรปริญญาตรีเรียน 4 ปีแบ่งออกเป็น 2 สาขาคือ สาขาบริหารการบริหารนานาชาติและสาขาการจัดการอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนปริญญาโทเรียน 1 ปี

กลียอง เลส์โรชส์และเลส์โรชส์ กรูแยรร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แอพพลาย ซายน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะเปิดเรียนในเดือนมกราคมของทุกปี ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร และการรับสมัครได้ที่ www.ekthana.com

นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังให้ความรู้เกี่ยวกับโรงเรียนประจำชั้นนำในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมต้นจนถึงมัธยมปลาย อาทิเช่น AIGLON COLLEGE , LYCEUM ALPINUM ZUOZ, TASIS, LE ROSEY และอื่นๆอีกมากมายนอกจากนี้ยังมีหลักสูตรระยะสั้นภาคฤดูร้อนในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ให้ผู้ที่สนใจได้เลือกตามความเหมาะสม

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม บริษัทเอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด
โทร 02-655-7515-7 , 081-920-8882 อีเมลล์ info@ekthana.com
เว็บไซด์ www.ekthana.com


คอนเสิร์ตการกุศล
มูลนิธ สด-เนียน กูรมะโรหิต เสนอ ประพันธกร-คีตกวี รำลึก 100 ปี ชาตกาล ดุริยกวี ศิลปินแห่งชาติ ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๔.oo น.
รายได้สมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อการศึกษา
จองบัตร Tel. 02-245 5173, 02 2476782

สถาบัน NABA มอบทุนการศึกษา(ครอบคลุมค่าเล่าเรียน 25%) ในระดับปริญญาโท (ภาคปีการศึกษา 2012-2013) สาขา Master of Arts in Fashion and Textile Design Program เริ่มเปิดการสอนในเดือนมกราคม พศ.2556 ทั้งนี้ทางสถาบัน NABA จะพิจารณาทุนการศึกษาจาก ผลงาน (portfolio) และ ประวัติผู้สมัคร (Curriculum Vitae) โดยทางภาคคณะ

เปิดรับสมัคร
สมัครด่วน หมดเขตการส่งผลงานเข้าชิงทุนการศึกษา วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รายละเอียดการส่งผลงาน

ประกาศผลทุนการศึกษา
ประกาศผลทุนการศึกษาที่ www.naba.it และทางสถาบัน NABA จะส่งอีเมลตอบกลับภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
เอกธนา  เอ็ดยูเคชั่น  เซอร์วิสเซส  โทร 02-106-2514-2 , 081-920-8882 หรือ www.ekthana.com, info@ekthana.com

ทุนการศึกษา การโรงแรม

บุงเป็นเกียรติมากค่ะที่ได้รับทุนจากStarwoodเพราะถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเรียนบริหารการโรงแรม และเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว เนื่องจากStarwood เป็นเครือโรงแรมที่กว้างขวางและมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกและเป็นทุนที่ให้ตลอดจนจบปริญญาตรี ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รับทุนเนื่องจาก Starwood มีทุนให้เพียงแค่ 5 คนเท่านั้นจากนักเรียนที่สมัครทั่วโลก ต้องขอขอบคุณพี่อ้วน เอกธนา ฝ่ายซ้ายคราม จากเอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซสมากค่ะที่ส่งมอบโอกาสดีๆให้กับบุง และขอขอบคุณครอบครัวและเพื่อนๆที่สนับสนุนและช่วยเหลือบุงมาตลอด

ก่อนที่จะมาเรียนที่ Glion Institute of Higher Education(กลียอง) บุงจบการศึกษาจาก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกนาฏยศิลปะตะวันตก และคิดว่าตัวเองสามารถนำสิ่งที่ได้มาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาปรับใช้กับสายวิชาชีพนี้ได้ และคุณพ่อ คุณแม่ก็ส่งเสริมให้มาเรียนต่อในสายวิชาชีพนี้ โดยส่วนตัวแล้วชอบที่จะทำงานกับผู้คน ชอบทำงานที่มีความท้าทายและไม่จำเจ ซึ่งGlionเป็นโรงเรียนที่มีคนจากทั่วทุกมุมโลกมาเรียนทำให้มีเพื่อนจากหลากหลายประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากในการเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นๆ และมีเครือข่ายที่กว้างขวางในอนาคต เนื่องจากอยากที่จะทำงานในสายอาชีพนี้ในโรงแรมระดับแนวหน้าในประเทศไทย Glionสอนให้ทุกคนมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบและที่สำคัญที่สุดคือการตรงต่อเวลา ทุกคนจะต้องมีความเป็นมืออาชีพตลอดเวลา

การที่จะทำงานการโรงแรมนั้นต้องเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดี ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ อดทน สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้และที่สำคัญต้องมีใจรักในการบริการ บุงคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหล่านั้นซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ Glionจะช่วยพัฒนาสิ่งเหล่านี้ และทำให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาและหน้าที่การงานในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ครั้งแรกที่เข้าร่วมสัมมนากับพี่อ้วน เอกธนา ฝ่ายซ้ายคราม เกี่ยวกับการศึกษาต่อด้านการบริหารการโรงแรมที่ Glionซึ่งเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุด 3 อันดับแรกของโลกประเทศสวิสเซอร์แลนด์ บุงเลยรู้สึกว่า Glion เป็นโรงเรียนที่ดี ปลอดภัย และเหมาะกับบุคลิก นิสัยของตัวเองวันนี้ไม่รู้สึกเสียใจหรือผิดหวังเลยที่ตัดสินใจมาเรียนที่นี่เพราะได้รู้จักเพื่อนที่ดีและน่ารักมาก มีอยู่วันหนึ่งที่บุงไม่สบายเพื่อนทุกคนเป็นห่วงมากเพราะว่าบุงปวดท้องจนเดินไม่ไหว พอถึงห้องบุงก็ตัดสินใจโทรหาคุณแม่และคุณแม่ก็โทรไปหาพี่อ้วน เอกธนาเพื่อให้พี่อ้วนช่วยติดต่อกับทางโรงเรียนให้เนื่องจากว่าพยาบาลไม่อยู่ที่โรงเรียนแล้ว หลังจากนั้น Mrs. Akkinaก็มาเยี่ยมที่ห้องบุงต้องขอบพระคุณพี่อ้วนมากที่ช่วยเหลือในวันนั้น หลังจากที่โทรไปหาคุณแม่แล้ว บุงก็โทรไปหาแชมเปญเพื่อนคนไทยที่มาเรียนด้วยกันเพราะไม่รู้จะโทรหาใคร หลังจากที่แชมเปญเรียนเสร็จเพื่อนทุกคนก็มาเยี่ยมในห้อง บุงรู้สึกได้ถึงความรักและความเป็นห่วงที่ทุกคนมอบให้

บุงคิดว่าถ้าหากอยากจะศึกษาต่อทางด้านการบริหารธุรกิจการโรงแรมบุงรับรองได้เลยว่าถ้าตัดสินใจมาเรียนที่ Glionแล้วจะไม่ผิดหวังเพราะGlionเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมอบประสบการณ์ต่างๆมากมายให้กับนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในห้องเรียนหรือการปฏิบัติจริง รวมไปถึงการฝึกงาน
www.ekthana.com

สถาบัน NABA มอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท (ภาคปีการศึกษา 2012-2013) สาขา Master of Arts Programs (หลักสูตร 2 ปี) และ สาขา Academic Master Programs (หลักสูตร 1 ปี) จำนวน 27 ทุนการศึกษา (ครอบคลุมค่าเล่าเรียน 25%) เริ่มเปิดการสอนในเดือนมกราคม พศ.2556 ทั้งนี้ทางสถาบัน NABA จะพิจารณาทุนการศึกษาจาก ผลงาน (portfolio) และ ประวัติผู้สมัคร (Curriculum Vitae) โดยทางภาคคณะ เปิดรับสมัคร สมัครด่วน หมดเขตการส่งผลงานเข้าชิงทุนการศึกษา วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รายละเอียดการส่งผลงาน
Interested candidates shall fill in and send by October 31st 2012

WHAT TO SUBMIT?

ประกาศผลทุนการศึกษา
ประกาศผลทุนการศึกษาที่ www.naba.it และทางสถาบัน NABA จะส่งอีเมลตอบกลับภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
เอกธนา  เอ็ดยูเคชั่น  เซอร์วิสเซส  โทร 02-106-2514-2 , 081-920-8882 หรือ www.ekthana.com, info@ekthana.com