Glion สถาบันการโรงแรม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กับเส้นทางแห่งความสำเร็จ ของคุณขิม ภัสวรี สุนทรสีมะ หนึ่งในเวิร์กกิ้งวูแมนในแวดวง ธุรกิจการโรงแรม ด้วยบุคลิกที่ คล่องแคล่ว ร่าเริง ทำให้ไม่ว่าใครต่างก็ประทับใจ ไม่เพียงแต่เป็น Glion Chapter Delegate ของประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้คุณขิมเพิ่งมีโอกาสเป็นส่วนร่วมของโปรเจ็กต์ โรงแรม Intercontinental Samui Baan TalingNgam Resort ไป ซึ่งคุณขิมได้บอกว่าโปรเจ็กต์นี้เป็นผลงานที่ภูมิใจมากเพราะได้ร่วมฟันฟ่าด้วยกันตั้งแต่เจ้าของเข้าไปซื้อกิจการปิดปรับปรุง จนถึง Pre-Opening ซึ่งบนพื้นฐานความสำเร็จในวันนี้ ส่วนหนึ่งนั้นมาจากการศึกษา

 

Glion
Glion สถาบันการโรงแรม

การโรงแรมและการท่องเที่ยว คือ สิ่งที่ขิมเลือก เพราะเป็นธุรกิจที่ใหญ่และมีอัตราการเจริญเติบโตทอย่างรวดเร็ว ยิ่งเมืองไทยเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้ว เรามีความได้เปรียบทางด้านการบริการประกอบกับวัฒนธรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ศิลปกรรมโบราณสถาน, แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ฯลฯ ที่บ่งบอกเรี่องราวความเป็นมาของประเทศเรา ยิ่งทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่น เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจด้าน การโรงแรมและการท่องเที่ยว

…การเรียนปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ที่ Glion Institute of Higher Education สร้างพื้นฐานการมองธุรกิจในมุมกว้างแต่ในขณะเดียวกันก็มีวิชาด้านการบริ การโรงแรมและการท่องเที่ยวในเชิงลึกประกอบไปด้วยพร้อมกัน จุดเด่นที่โรงเรียนนี้มีคือความเป็นนานาชาติสูงการเรียนส่วนมากจะเป็นไปในลักษณะของการทำงานกลุ่มร่วมกันในระยะเวลากระชั้นชิดบ่อยครั้งไม่มีใครเป็นคนชาติเดียวกันเลยแต่ทุกคนก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนและยืดหยุ่นเข้าหากัน การแลกเปลี่ยนมุมมอง และ ทัศนคติที่แตกต่างโดยไม่แตกแยก ทำให้ทุกวันที่อยู่ที่นั่นเป็นไปอย่างมีคุณค่า, สร้างสรรค์ และประทับใจ กิจกรรมที่ต่างทำร่วมกันตลอดเวลา 3 ปีทั้งในและนอกเวลาเรียนก่อให้เกิดมิตรภาพที่แน่นแฟ้น” คุณขิมเล่าชีวิตในวัยเรียนให้ฟังอย่างสนุกสนาน

Glion
Glion

“ที่นี่แต่ละคนสามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้ในระยะเวลาที่จำกัด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระวังเพื่อให้ทีมดำเนินไปได้อย่างไม่ติดขัดและกระทบกันและมันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้เป็นอย่างดี เพราะในการดำเนินธุรกิจโรงแรม องค์ประกอบสำคัญคือคนตอนนี้ขิมทำงานโรงแรมมาได้ 6 ปี แล้ว และกำลังจะเริ่มขยับขยายโฟกัสไปยังธุรกิจอื่นๆ ซึ่งการมีพื้นฐานด้านการโรงแรมและการบริการมาก่อน เป็นข้อได้เปรียบ”

Glion
Glion

นอกจากนี้คุณขิมยังทิ้งท้ายให้น้องๆ ที่สนใจอยากศึกษาต่อด้านการโรงแรมและการบริหารไว้อย่างน่าสนใจอีกด้วย  “อยากให้เลือกโรงเรียนที่เหมาะกับตัวเอง และอยากให้เปิดใจให้กว้าง หาเพื่อนให้ได้มากทำตัวเหมือนฟองน้ำที่พร้อมจะซึมซับและรับรู้กับการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นให้เต็มที่ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า

อ่านเรื่องราวฉบับเต็ม ของเวิร์กกิ้งวูแมนคนเก่ง คุณขิม ภัสวรี สุนทรสีมะ ได้ที่ www.ekthana.com/whyus

คุณภา ชญาภา สกลกาญจน์นักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1 ศิษย์เก่าโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ก่อนที่จะได้รับทุนดังกล่าว บินลัดฟ้า เพื่อไปศึกษาต่อหลักสูตรบริหารการโรงแรม ในระดับปริญญาตรี ที่ สถาบัน Les Rochesประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้เธอได้ทำความฝันให้เป็นจริง พ่วงด้วยประสบการณ์อันสุดวิเศษตลอดการเรียนที่นั่น ที่เธออยากถ่ายทอดเป็นเรื่องราวที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่มีฝัน โดยเฉพาะน้องๆ ทุน ODOS ที่สนใจเรียนการโรงแรมเช่นเดียวกับเธอ (more…)

ทุนโอดอส นั้นมีด้วยกัน 2 ประเภท และมีเกณฑ์การรับและคัดเลือกที่แตกต่างกันหากน้องๆ คนไหนยังไม่ทราบรายละเอียด วันนี้มีมาฝากกันคะ เพื่อที่เราจะได้เลือกสมัครและสอบตรงกับความต้องการและความถนัดของเรา และสำหรับปี2556 นี้มีทุน 1,856 ทุน รวมมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท โดยจะแบ่งออกเป็นสองประเภทนี้เลยคะ (more…)

france flag

ทำไมจึงควรเลือกเรียนต่อที่ประเทศฝรั่งเศส

ประเทศฝรั่งเศส มีระดับคุณภาพชีวิตสูง ดังจะเห็นได้จากระบบการขนส่งมวลชนที่สะดวกรวดเร็ว บริการสุขอนามัยที่เข้าถึงประชาชนทุกระดับและราคาไม่แพง ความปลอดภัยในชีวิตสูงและมีความเป็นอยู่ที่สงบสุข ส่วนในแง่ของศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิต เนื่องจากประเทศฝรั่งเศสมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่และสั่งสมมานานที่สุดในโลก วัฒนธรรมเข้ามาผสมผสานอยู่ในวิถีชีวิตของคนฝรั่งเศสอย่างแยกกันไม่ออก ดังจะเห็นได้จากงานเทศกาลทางวัฒนธรรม การแสดงต่าง ๆ แฟชั่น อาหารฝรั่งเศส และด้านภาพยนตร์ ในแต่ละปีประเทศฝรั่งเศสจะผลิตภาพยนตร์ออกมาฉายทั้งหมดประมาณ 120-150 เรื่อง ปารีสจึงได้รับฉายานามว่าเป็นศูนย์กลางภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนในแง่ของภาษาฝรั่งเศส ประชากรกว่า 200 ล้านคน มากกว่า 47 ประเทศใน 5 ทวีปทั่วโลกใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ

ข้อดีของการไปเรียนต่อประเทศฝรั่งเศส

– ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการศึกษาในระดับแนวหน้าประเทศหนึ่งของโลก มีสถาบันระดับอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงกว่าหลายร้อยแห่ง และปริญญาบัตรที่ออกโดยสถาบันการศึกษาเหล่านี้ก็ยังเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศอีกด้วย

– รัฐบาลฝรั่งเศสได้ใช้งบประมาณประจำปีประมาณ 20% ทุ่มให้กับการศึกษาคิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 6,000 ยูโรต่อนักศึกษา 1 คน ส่วนนักศึกษาต่างชาติก็ได้รับอภิสิทธิ์นี้เช่นเดียวกับนักศึกษาฝรั่งเศส

ทั้งนี้การเตรียมตัวก่อนไปฝรั่งเศสเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการศึกษา ขั้นตอนต่างๆ เช่น การหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศฝรั่งเศส การเลือกสาขาวิชา การสมัครเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษา และการขอวีซ่าระยะยาวประเภทนักศึกษา เป็นขั้นตอนที่จำเป็นต้องปฏิบัติก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้จะต้องมีแหล่งรายได้ที่เพียงพอสำหรับการศึกษาในฝรั่งเศส (ทุนการศึกษา หรือเงินช่วยเหลือ หรือการอุดหนุนจากครอบครัว)

ข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์

france

ประเทศฝรั่งเศสมีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยียม,เยอรมนี,สวิตเซอร์แลนด์,อิตาลี,โมนาโก,และสเปน นอกจากนั้นประเทศฝรั่งเศสยังเชื่อมกับสหราชอาณาจักรทางอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษอีกด้วย

ข้อมูลทางด้านสภาพภูมิอากาศ

1492007_193249091_2

ในส่วนของประเทศฝรั่งเศส มีอากาศเย็นในหน้าหนาว และร้อนเล็กน้อยในหน้าร้อน แต่ส่วนที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมีอากาศไม่หนาวจัดและไม่ร้อนจัด ส่วนของอาณานิคม มีอากาศแบบเขตร้อน อากาศจะ ร้อน ชื้น

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา

ประชากรของประเทศฝรั่งเศสนั้นมีประมาณ 64.5 ล้านคน โดยเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 19 ของโลก และภาษาฝรั่งเศสยังเป็นภาษาที่มีคนใช้พูดเป็นภาษาแม่และภาษาที่สองถึง 128 ล้านคน โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศส แคนาดา(รัฐควิเบก) สวิซเซอแลนด์ เบลเยี่ยม นอกจากนี้ทางฝั่งแอฟริกาก็มีประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน

เวลา

เวลาที่ฝรั่งเศสจะช้ากว่าที่ประเทศไทย 6 ชั่วโมง

ระบบการศึกษา

02417_003

การศึกษาก่อนวัยเรียน 2 – 5 ขวบ ไม่เป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่ถือเป็นประเพณีปฏิบัติอันยาวนานของฝรั่งเศส ซึ่งในปัจจุบันมีเด็กที่อายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เข้าโรงเรียนถึง 99% ของจำนวนเด็กทั้งหมด โรงเรียนอนุบาลของรัฐเป็นบริการฟรี แต่ในโรงเรียนเอกชนผู้ปกครองต้องเสียค่าเล่าเรียนเอง โดยทั่วไปโรงเรียนอนุบาลแยกออกเป็น 3 ชั้นเรียน คือ ชั้นเล็ก (Petite Section) ชั้นกลาง (Moyenne Section) และชั้นสูง (Grande Section)

การศึกษาระดับประถมศึกษา 6 – 10 ขวบ (Primary School) เป็นการบริการฟรีและเป็นการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็กฝรั่งเศสและเด็กต่างชาติในฝรั่งเศส โรงเรียนระดับประถม ประกอบด้วย 5 ชั้น คือ ชั้นเตรียมประถมศึกษา Classe Préparatoire (CP) ชั้นประถมศึกษาตอนต้นปีที่ 1 Cours Elémentaire 1 (CE1) ชั้นประถมศึกษาตอนต้นปีที่ 2 Cours Elémentaire 2 (CE2) ชั้นประถมศึกษาตอนปลายปีที่ 1 Cours Moyen 1 (CM1) และชั้นประถมศึกษาตอนปลายปีที่ 2 Cours Moyen 2 (CM2)

การศึกษาระดับมัธยมศึกษา 11 – 18 ปี (SecondarySchool)ยังคงเป็นการบริการฟรีและส่วนหนึ่งยังคงเป็นการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็กฝรั่งเศสและเด็กต่างชาติในฝรั่งเศส แยกออกเป็น 2 ระดับ คือ

– มัธยมต้น (11 – 14 ปี) เป็นการศึกษาระบบเดียวกันทั้งหมด สถานศึกษาเรียกว่า ?Collège? รับเด็กทุกคนที่สำเร็จจากชั้นประถมศึกษา ประกอบด้วย 4 ชั้น ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (Sixième) จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (Troisième) เป็นการเรียนการสอนทั่วไปในวิชาการสายสามัญ โดยยังไม่แยกออกเป็นวิชาเฉพาะด้าน

– มัธยมปลาย (15 – 17 ปี) สถานศึกษาเรียกว่า ?Lycée? ภายหลังสำเร็จการศึกษา จะได้รับประกาศนียบัตรตามสาขาวิชาที่เลือกศึกษา

การศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education System)

จากความมุ่งหมายเดิมของการศึกษาระดับอุดมศึกษาคือ การให้การศึกษาและการวิจัย มหาวิทยาลัยได้ปรับตนเองไปตามสภาพแวดล้อมและความต้องการของสังคม ตลอดจนระบบเศรษฐกิจ เช่น การเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอนของภาคธุรกิจเอกชน โดยการก่อตั้ง Instituts Universitaires de Technologies (IUT) ในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งเป็นสถาบันที่สอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นักศึกษาจะเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมแบบธุรกิจจริง ๆ เมื่อจบการศึกษา จะได้รับประกาศนียบัตร DESS ซึ่งเป็นสิ่งประกันความสามารถทางวิชาชีพของนักศึกษาที่ได้รับการฝึกอบรมในระดับสูง และยังให้นักศึกษาได้รับการ ฝึกความชำนาญเฉพาะด้านในระดับผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ชำนาญเฉพาะอีกด้วย
สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศสส่วนมากเป็นของรัฐ มีมหา วิทยาลัยของรัฐ 90 แห่ง มหาวิทยาลัยคาทอลิก 5 แห่ง สถาบันโปรเตสแตนต์ 3 แห่ง และอื่น ๆ อีก 4 แห่ง

ทำงานพิเศษ

นักศึกษาสามารถทำงานพิเศษนอกเวลาเรียนได้ แต่จะต้องขอใบอนุญาตทำงานจากทางการของฝรั่งเศสเสียก่อน อัตราค่าแรงไม่ต่ำกว่า 8.27 ยูโรต่อชั่วโมง
หน่วยงานที่จะให้ความช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติในเรื่องการหางานพิเศษคือหน่วยงาน CNOUS (Centre National des Œuvres Universitaires et Scolaires Sous-Direction des Affaires Internationales) สังกัดอยู่ภายใต้การบริหารงานของฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ในมหาวิทยาลัยของฝรั่งเศสทุกแห่ง ทำหน้าที่ให้การบริการด้านข้อมูล ข่าวสารด้านการศึกษา แนะแนว และช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติในทุกๆด้าน
ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปดูที่ http://www.cnous.fr/

หอพักนักศึกษา

สำหรับนักศึกษาที่ศึกษาในประเทศฝรั่งเศส จะมีหน่วยงาน INTERFRANCE STUDY ที่จะคอยช่วยเหลือเรื่องการที่พักให้กับนักศึกษา โดยจะประสานงานไปยังฝ่ายต่างประเทศของมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาลงทะเบียนให้ช่วยจัดหาหอพักในบริเวณมหาวิทยาลัยของนักศึกษาได้

วีซ่านักศึกษา

20100627-130718

วีซ่าสำหรับนักศึกษาที่ต้องการจะศึกษาในประเทศฝรั่งเศส จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

– วีซ่าระยะยาวประเภทนักศึกษา (มากกว่า 90 วัน)

สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อในประเทศฝรั่งเศสระยะยาวมากกว่า 90 วัน วีซ่าประเภทนี้สามารถใช้ดำเนินการขอบัตรต่างด้าว (carte de séjour) ที่ประเทศฝรั่งเศสได้หลังจากวีซ่าหมดอายุ วีซ่าประเภทนี้จะใช้แทนบัตรต่างด้าวและมีอายุการใช้งานเท่าที่ระบุในวีซ่า โดยทันทีที่เดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศส นักศึกษาจะต้องรายงานตัวต่อสำนักงาน OFII (Office Français de l’Immigration et de l’Intégration) เพื่อยืนยันการเข้าประเทศ โดยการดำเนินการยื่นคำร้องขอวีซ่า นักศึกษาจะต้องใช้เอกสารรับรองการลงทะเบียนจากสถาบันการศึกษาของฝรั่งเศสในการยื่นประกอบคำร้อง สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศสเพื่อทำวิจัย จะต้องยื่นขอวีซ่าระยะยาวประเภท “นักวิทยาศาสตร์”

วีซ่าระยะสั้น (ไม่เกิน 90 วัน)

– วีซ่าท่องเที่ยว (Schengen) อนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศสได้ไม่เกิน 90 วัน และไม่สามารถขอต่อในประเทศฝรั่งเศสได้ นักศึกษาที่สนใจศึกษาต่อระยะสั้นช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อนสามารถดำเนินการขอวีซ่าประเภทนี้ได้

– วีซ่าระยะสั้นเพื่อสอบแข่งขัน « étudiant-concours » นักศึกษาที่ต้องเดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศสเพื่อสอบแข่งขันหรือสอบสัมภาษณ์สามารถดำเนินการขอวีซ่าประเภทนี้ได้ ในกรณีที่สอบผ่านนักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอบัตรประจำตัวต่างด้าวได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่ต้องเดินทางกลับมาประเทศไทย

เอกสารประกอบการของวีซ่านักเรียน

1.รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 – 2 นิ้ว 2 ใบ
2.หนังสือเดินทางของท่านที่มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทาง
3.สำเนาทะเบียนบ้าน
4.สำเนาบัตรประชาชน
5.ทะเบียนสมรส/ ใบหย่า (ถ้ามี)
6.สำเนาสูติบัตร ในกรณีที่อายุไม่ถึง 20 ปี
7.สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/ นามสกุล (ถ้ามี)
8.สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริงที่อัพเดทเป็นปัจจุบัน พร้อมสำเนา (ออมทรัพย์/ ประจำ ย้อนหลัง 6 เดือน)
9.หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท หรือนายจ้าง ซึ่งจะต้องมีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ทำ และมีการอนุมัติการลาพักร้อนมาด้วย แต่ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทเอง จะต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนการค้ามาด้วย
10.กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่คุ้มครองท่านตลอดระยะเวลาการเดินทาง ตลอดจนในกรณีที่ต้องนำส่งกลับประเทศไทย วงเงินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,500,000 บาท
11.เอกสารรับรองห้องพักจากทางโรงแรมในฝรั่งเศส
12.หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางไป-กลับโดยชัดเจน
13.สถานที่ที่จะไปเที่ยวในกลุ่มประเทศ Schengen (Itinerary)

ค่าใช้จ่ายในการศึกษา

ประเทศฝรั่งเศสเองถือว่าการศึกษาไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ แต่เป็นเรื่องที่รัฐต้องสนับสนุนให้กับผู้ที่ต้องการจะเรียนในทุกระดับชั้น ดังนั้น มหาวิทยาลัยรัฐของฝรั่งเศสทุกแห่ง จะไม่มีการเรียกเก็บค่าเล่าเรียนอะไร นอกจากค่าลงทะเบียนรายปี เพียงแค่ 200-300 ยูโรต่อปีเท่านั้น (10,000-15,000 บาท) สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัย (Université) และประมาณ 600-1000 ยูโรต่อปี (30,000-50,000 บาท) สำหรับการเรียนในโรงเรียนชั้นสูง หรือโรงเรียนเฉพาะทาง (Grande Ecole) เช่น โรงเรียนวิศวกรรม โรงเรียนรัฐศาสตร์ และโรงเรียนทางด้านการบริหารต่าง ๆ ทั้งนี้หลักการดังกล่าว ใช้ทั้งกับนักเรียนฝรั่งเศส และนักเรียนต่างชาติที่เรียนที่ฝรั่งเศสอย่างเสมอภาคกัน แต่จะยกเว้นในหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ เปิดขึ้นมาเป็นพิเศษ เช่น หลักสูตร international ภาคภาษาอังกฤษ หรือหลักสูตรสาขาพิเศษอื่น ๆ ซึ่งมักจะมีการเก็บค่าเรียนเพิ่มเป็นพิเศษขึ้นอีก คือประมาณ 6,000-12,000 ยูโรต่อปี (300,000- 600,000 บาท) แต่ก็ยังนับว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับการเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษที่ต้องเสียค่าเทอมสูงถึง 50,000-100,000 ดอลล่าร์ ต่อภาคการศึกษา (200,000-400,000 บาท) และอาจจะถูกกว่าค่าเรียนในระดับปริญญาโทและเอกในบ้านเราอีกหลายที่เสียด้วยซ้ำ

มหาวิทยาลัยยอดนิยมในฝรั่งเศส

bank - strasbourg university

http://www.enpc.fr Ecole National des Ponts et Chausses

http://www.epita.fr Ecole Pour l’Informatique et les Techniques Avancees (French Computer Science School)

http://www.ensmp.fr L’Ecole des Mines de Paris

http://www.cribx1.u-bordeaux.fr University de Bordeaux I

http://www.bls-bordeaux.com Offers intensive French courses in Bordeaux for all levels

http://www.insead.fr European Institute of Business Administration (INSEAD)

http://www.inapg.inra.fr Institute National Agronomique Paris-Grinon

http://www.u-bordeaux2.fr  University Bordeaux 2

http://www.ciela.com French language for foreign students and working people.

http://www.escp.ccip.fr  Paris Graduate School of Management

http://www.sciences-po.fr Institute d’Etudes Politiques (Paris)

http://www-sciences-po.upmf-grenoble.fr Institute d’Etudes Politiques (Grenoble)

http://www.carel.org Learn French in Royan

 

china_flag

ทำไมจึงควรเลือกเรียนต่อที่ประเทศจีน

ในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ ประเทศจีนมีการพัฒนาที่เร็วมาก และได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก การพัฒนาของเศรษฐกิจในจีนกลายเป็นประเด็นสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งธนาคารโลกคาดคะเนว่า ในปี 2020 จะมีการจัดเรียงกลุ่มประเทศ G7 ใหม่ โดยจะมีจีนเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม และปัจจุบันมีจำนวนผู้ที่ต้องการมาศึกษาในประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปี 2009 ที่ผ่านมามีจำนวนผู้มาศึกษาในจีนมากกว่า 230,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้เรียนจากประเทศเกาหลี

ข้อดีของการไปเรียนต่อประเทศจีน
– สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้โดยง่าย ไม่ต้องสอบ TOFEL เพราะจะพิจารณาจากเกรดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว
– ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน
– ค่าเรียนและค่าใช้จ่ายถูกกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งในประเทศไทย
– ที่พักในหอพักมหาวิทยาลัยมีความปลอดภัย และมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ ทีวี และอินเตอร์เน็ต
– ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมได้ เมื่อจบหลักสูตรจะมีทักษะภาษา ทั้งไทย จีน และอังกฤษ
– หากเลือกเรียนวิชาแพทย์ ผู้เรียนสามารถสอบใบประกอบโรคศิลป์ได้ทั้งในประเทศไทยและประเทศจีน
– เมื่อเรียนจบแล้วมีโอกาสเลือกทำงานได้ทุกประเทศทั่วโลก เนื่องจากหลักสูตรเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ

ข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์

MapChina_b02

ประเทศจีน มีพื้นที่เฉพาะส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่ประมาณ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร ทางเหนือมีบริเวณตั้งแต่ตอนกลางของแม่น้ำเฮลุงเจียงใกล้โมเหอ (ละติจูดที่ 53 องศาเหนือ) ลงมาถึงฝั่งเจิงมู่ ของหมู่เกาะหนานชาทางทิศใต้ (ละติจูด 4 องศาเหนือ) และจากที่ราบสูงปามีร์ทางทิศตะวันตก (ลองติจูด 73 องศาตะวันออก) มาจนถึงบริเวณที่แม่น้ำเฮลุงเจียง และแม่น้ำวาสุลี ไหลมาบรรจบกันทางทิศตะวันออก (ลองติจูด 135 องศาตะวันออก)

ข้อมูลทางด้านภูมิอากาศ

11_134
ประเทศจีนมีลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมภาคพื้นทวีปมีหลากหลายรูปแบบ ลมเหนือจะมีอิทธิพลสูงในฤดูหนาว ในขณะที่ลมใต้จะมีบทบาทในฤดูร้อน ทำให้ประเทศจีนมีถึง 4 ฤดู ที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด มีฤดูฝนปนอยู่กับฤดูร้อน ภูมิอากาศที่ซับซ้อนของเมืองจีนในลักษณะนี้ มีผลทำให้สามารถแบ่งแถบอิงอุณหภูมิ กับแถบอิงความชื้นของภาคพื้นของจีนได้ คือแบ่งแถบอิงอุณหภูมิจากภาคใต้ถึงภาคเหนือเป็น แถบเส้นศูนย์สูตร ร้อนชื้น กึ่งร้อนชื้น อบอุ่น และแถบหนาวเย็น และแบ่งแถบอิงความแห้ง – ชื้น จากตะวันออกเฉียงใต้ ถึงตะวันตกเฉียงเหนือเป็นแถบความชื้นสูง

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา

viewfilec.asp

ประเทศจีนมีประชากรทั้งสิ้น 56 ชนเผ่า ส่วนใหญ่ประชากร นั้นจะนับถือ พระพุทธศาสนา โดยนับถือนิกายเถรวาท จำนวน กว่า 300 ล้านคน นอกนั้นนับถือ นิกายมหายาน และวัชระญาน โดยนับถือปนไปกับลัทธิขงจื้อและลัทธิเต๋า นอกจากนี้ประชากรจีนยังมีการนับถือ ศาสนาอิสลามจำนวนกว่า 11 ล้านคน นับถือศาสนาคริสต์กว่า 9 ล้านคน ภาษาที่ใช้กันโดยทั่วไปในกวางเจา คือ ภาษากวางตุ้ง ซึ่งจัดเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล โดยมีภาษาแมนดารินเป็นภาษาราชการ

เวลา

เวลาที่จีนเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ระบบการศึกษาของประเทศจีน
ในประเทศจีน ระบบการศึกษาได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 แขนง คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นอุดมศึกษา และการศึกษาผู้ใหญ่ การศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายของประเทศจีนกำหนดให้เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 9 ปี

การศึกษาขั้นพื้นฐาน
การศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศจีนได้รวมถึงการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
การศึกษาระดับอนุบาลใช้เวลาศึกษา 3 ปี ซึ่งเด็กจะเริ่มเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ไปจนถึงเรียนจบระดับอนุบาลในอายุ 6 ขวบ หลังจากนั้นเด็กจะเริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาเรื่อยไปจนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการจบระดับการศึกษาภาคบังคับ โดยในหนึ่งปีการศึกษาได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา หลังจากนั้นเด็กผู้ซึ่งมีความประสงค์จะศึกษาต่อ จะต้องสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือจะเป็นการเข้าศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งในระดับอาชีวศึกษาจะเป็นการใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 2-4 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กที่จบการศึกษาไปมีความรู้ทางเทคนิค การผลิต และการดำเนินงาน

การศึกษาขั้นอุดมศึกษา
การศึกษาขั้นอุดมศึกษามีการแบ่งย่อยเป็นอนุปริญญาซึ่งใช้ระยะเวลาเรียน 2-3 ปี ในระดับปริญญาตรี 4 ปี (5 ปีในส่วนของคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ในระดับปริญญาโท 2-3 ปี และ ในระดับปริญญาเอก 3 ปี
การศึกษาขั้นอุดมศึกษาของประเทศจีนมีความหลากหลายในแต่ละสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบมีวุฒิบัตรหรือแบบไม่มีวุฒิบัตร หรือการรวมรูปแบบการศึกษาของอนุปริญญา ปริญญาตรี และ ปริญญาโท เข้าไว้ด้วยกัน

การศึกษาผู้ใหญ่
การศึกษาผู้ใหญ่ของประเทศจีนจะเป็นส่วนการศึกษานอกระบบโรงเรียน เพิ่มเติมจากการศึกษาในระบบโรงเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาขั้นอุดมศึกษา การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นต้นได้รวมถึงการให้การศึกษาเบื้องต้นแก่ผู้ใช้แรงงานในชนบทห่างไกล การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นกลางได้รวมถึงการให้ศึกษาด้านวิชาชีพ อันได้แก่ ทีวี วิทยุ เสมียน ส่วนการศึกษาผู้ใหญ่ขั้นสูงได้รวมถึงการให้ศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูงเพิ่มเติมจากวิทยาลัย หรือ มหาวิทยาลัย

การแพทย์จีน

zhongyi

ปัจจุบันประเทศจีนเริ่มเป็นที่สนใจของนักเรียนไทยที่ไปศึกษาทางคณะแพทย์ศาสตร์ในหลักสูตรภาษาอังกฤษ และมีการเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมมากขึ้น เนื่องจาก มีค่าใช้จ่ายไม่แพงมานักอีกทั้งมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีนได้รับการรับรองจากแพทยสภาของประเทศและ  เมื่อเรียนจบกลับมาสามารถสามารถมาสอบใบประกอบโรคศิลป์เป็นแพทย์ในประเทศไทยได้  ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการจะศึกษาทางด้านการแพทย์

การเรียนแพทย์ที่ประเทศจีนไม่ได้หมายความว่าจะเรียนด้านการฝังเข็มหรือเป็นแบบจีนโบราณ แต่เป็นการเรียนแพทย์แผนปัจจุบันเหมือนกับในประเทศไทย ใช้ระยะเวลาเรียน 6 ปี ซึ่งการเรียนแพทย์ที่จีนจะมี 2 แบบคือ เรียนเป็นแพทย์แผนจีน และเรียนแพทย์หลักสูตรอินเตอร์(เรียนเป็นภาษาอังกฤษ) และในชั้นเรียนจะมีสอนภาษาจีนให้ด้วย เพราะก่อนเรียนจบ จะมีการสอบวัดระดับภาษาจีน (HSK 5) และต้องมีการฝึกงานในโรงพยาบาลที่จีนซึ่งถ้ายังไม่เก่งด้านภาษาทั้งอังกฤษและจีนก็สามารถที่จะไปเรียนเพิ่มเติมได้

ทำงานพิเศษ

ระหว่างที่นักศึกษาทำการศึกษาอยู่ในจีนนั้น นักศึกษาเองสามารถทำงานควบคู่ไปด้วยได้ แต่นักศึกษาต่างชาติในประเทศจีนส่วนใหญ่จะไม่ทำงานกัน เนื่องจากว่าค่าแรงที่ได้นั้นน้อยมาก การทำงานพิเศษนั้น นักเรียนอาจจะหางานไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะถ้าความสามารถทางภาษาจีนยังไม่เพียงพอ และอาจมีผลกระทบต่อการเรียน จึงไม่ควรหวังว่าจะใช้ชีวิตในประเทศจีนได้ โดยพึ่งเงินจากการทำงานพิเศษ

หอพักนักศึกษา

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ของจีนนั้นจะมีหอพักภายในมหาวิทยาลัยไว้บริการสำหรับนักศึกษา โดยส่วนใหญ่จะมีทั้งห้องพักแบบเดี่ยวและห้องพักแบบคู่  รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในหอพัก ซึ่งนักศึกษาเองสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหอพักกับทางมหาวิทยาลัยได้โดยตรง

วีซ่านักศึกษา

1235936647

การขอวีซ่าสำหรับการศึกษาต่อในประเทศจีนจะมี 2 ประเภท คือ

1.Visit / Business Visa (F) เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่เข้าไปในจีนเพื่อการศึกษาวิจัยธุรกิจ ฝึกงาน หรือการใดๆ เป็นระยะ เวลาต่ำกว่า 6 เดือน

2.Study / Student Visa (X) สำหรับผู้ที่มาเรียนหรือฝึกงานเป็นเวลาเกินกว่า 6 เดือน

การขอวีซ่าสำหรับผู้ที่จะเรียนระยะยาว ( 6 เดือนขึ้นไป) Study/Student Visa (X)

– ผู้ที่ขอไปเรียนที่โรงเรียนประถมและโรงเรียนมัธยม จะต้องมีพ่อแม่จะต้องอยู่ประจำที่ประเทศจีน ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ประจำที่ประเทศจีนจะต้องมอบอำนาจอย่างเป็นทางการ ให้แก่คนที่อยู่ประจำประเทศจีนเป็นผู้ปกครองของนักเรียน เมื่อรับรองหนังสือมอบอำนาจนั้นเสร็จแล้ว ต้องมารับรองซ้ำที่สถานทูตจีน นอกจากนั้นแล้วยังต้องยื่นใบตอบรับเข้าจากโรงเรียนด้วย

– ผู้ที่ขอไปศึกษาระดับอุดมศึกษา ต้องยื่นแบบฟอร์มการขอวีซ่าสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งประทับตราจาก

องค์กรที่ทางการจีนมอบอำนาจให้ (แบบฟอร์ม JW101 หรือ JW102)

– ใบตอบรับเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยจีน

– ใบตรวจสุขภาพ

การขอวีซ่าสำหรับผู้ที่จะเรียนระยะสั้น ( 6 เดือนหรือน้อยกว่า 6 เดือน)

– แบบฟอร์มการทำวีซ่าของนักศึกษาต่างชาติเพื่อไปเรียนต่อที่จีน (แบบฟอร์ม JW201 หรือ JW202)

– ใบตอบรับเข้าศึกษาต่อ ของมหาวิทยาลัยจีน

ค่าใช้จ่ายในการศึกษา

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อนั้น จะตกประมาณปีละ 70,000 – 126,000 บาท ค่าที่พัก เดือนละประมาณ 4,000 – 10,000 บาท อาหารและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด จะตกประมาณเดือนละ 5,000 – 12,000 บาท นอกจากนั้น จะต้องมีค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าสมัคร ค่าวีซ่าประมาณ 14,000 – 23,000 บาท สรุปแล้วในการเรียน 1 ปี ควรจะต้องมีเงินประมาณ 2 แสนบาท ถึง 3 แสนบาทเป็นอย่างต่ำ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละเมืองและความประหยัดของนักนักศึกษาด้วยเช่นกัน ถ้าอยู่ในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจวแน่นอนว่าค่าครองชีพไม่ว่าจะเป็นค่าที่พักหรืออาหารก็จะแพงกว่า จังหวัดอื่น ๆ

10 คณะแพทยศาสตร์ชั้นนำในประเทศจีน

mdcn06

TsinghuaUniversity (ปักกิ่ง)

http://www.tsinghua.edu.cn/publish/then/5971/index.html

FudanUniversity (เซี่ยงไฮ้)

http://www.fudan.edu.cn/englishnew/medical/medical.html

PekingUniversity (ปักกิ่ง)

http://english.bjmu.edu.cn/col/col6134/index.html

ZhejiangUniversity (หางโจว)

http://www.cmm.zju.edu.cn/english/

ShanghaiJiaotongUniversity (เซี่ยงไฮ้)

http://english.shsmu.edu.cn/

SunYat-senUniversity (กวางโจว)

http://zssom.sysu.edu.cn/En/Default.aspx

Huazhong University of Science and Technology (อู่ฮั่น)

http://english.hust.edu.cn/Programs_Instruction.html

SichuanMedicalUniversity (เฉิงตู)

http://eng.cd120.com/a/fps/pfis/2012/1228/34.html

CapitalMedicalUniversity (ปักกิ่ง)

http://www.ccmu.edu.cn/english/

10. CentralSouthUniversity (ฉางชา)

http://iecd.csu.edu.cn/en-US/ArticleShow.aspx?cid=44&id=10

 

canada

ทำไมจึงควรเลือกเรียนต่อที่ประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง ประเทศแคนาดาให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก และมีสถานศึกษาชั้นหนึ่ง แคนาดาใช้จ่ายเงินต่อคนในด้านการศึกษามากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม G-8 และเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่เป็นสมาชิกขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (โออีซีดี) ปริญญาจากมหาวิทยาลัยในแคนาดาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล และนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยของแคนาดา มักจะประสบความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

ข้อดีของการเรียนในประเทศแคนาดา

– ความปลอดภัยสุดยอด ​ภูมิอากาศหลากฤดูกาล และบริสุทธิ์

– มาตรฐานการศึกษาดีเยี่ยม

– ค่าใช้จ่ายถูกที่สุด

– ภาษาอังกฤษเป็นสำเนียงที่แท้จริง

– สามารถทำงานนอกสถาบันได้ ขณะกำลังศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และเมื่อเรียนจบ ยังสามารถทำงาน ที่แคนาดาได้ 3 ปีเต็ม

– ประชาชนเป็นมิตร และไม่เหยียดผิว

– คุณภาพชีวิตระดับดีที่สุดในโลก และเทคโนโลยีชั้นสูง

นอกจากนี้ ชาวแคนาดายังมีมาตรฐานของคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับที่ดีที่สุดในโลก ชาวแคนาดาเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์มีบ้านเป็นของตนเอง และ มีทรัพย์สินถาวร เช่น รถยนต์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ โทรศัพท์ และวิทยุ  ประเทศแคนาดามีระบบประกันสุขภาพและประกันสังคมที่แพร่หลายและมีมาตรฐาน
อีกทั้ง ประเทศแคนาดายังมีชื่อเสียงในเรื่องของความปลอดภัย มีความสงบสุขในสังคม มีอัตราการก่ออาชญากรรมต่ำมาก และยังคงมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นศกที่ 1990. จากผลการรายงานจากกรมตำรวจในปี 1997 ถึงอัตราการก่ออาชญากรรมของชาวแคนาดาลดลง 5% เป็นเวลา 6 ปีติดต่อกันมา ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาให้การดูแลอย่างเข้มงวด โดยไม่มีการอนุญาติในการพกพาอาวุธแต่อย่างใด

ข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์

clip_image002
มีมหาสมุทรรอบล้อม 3 ด้าน คือทิศเหนือของประเทศแคนาดาจรดมหาสมุทรอาร์กติก ทิศใต้จรดประเทศสหรัฐอเมริกา ทิศตะวันออกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก และมลรัฐอะแลสกา มีพื้นที่ทั้งหมด  9,976,140 ตารางกิโลเมตร และขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เ มืองหลวงของประเทศแคนาดาคือ   กรุงออตตาวา (Ottawa) และมีเมืองสำคัญที่สำคัญอื่นๆอีก ได้แก่ โทรอนโต(Toronto) มอนทรีออล(Montreal) แวนคูเวอร์ (Vancouver) ควิเบก ซิตี้ (Quebec City) แฮลิแฟ็กซ์ (Halifax) วินนิเป็ก (Winnipeg) เอ็ดมันตัน (Edmonton)

ข้อมูลทางด้านภูมิอากาศ

108112160
ประเทศแคนาดาอยู่ในภาคพื้นทวีป (มีหิมะในฤดูหนาว และอบอุ่นในฤดูร้อน) มี 4 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ในช่วงระหว่างฤดูหนาวบางพื้นที่ของประเทศ อุณหภูมิติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส จนน้ำแข็งเกาะตัวเป็นน้ำแข็งถาวร แต่ความหนาวนี้จะเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้นๆ ส่วนในช่วงกลางวันของฤดูร้อน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 35 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับกลางและแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามต่างกัน

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา

100508
ประเทศแคนาดามีจำนวนประชากร 31.7 ล้านคน (ประมาณการปี 2546) แคนาดามีประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 30 ล้านคน อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ ยูเครน อิตาลี แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และอินเดีย แต่กลุ่มอพยพล่าสุดมาจากเอเชีย สังคมของชาวแคนาดาเป็นสังคมของวัฒนธรรมผสมผสาน ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ที่มณฑลควิเบค ประชากรจะพูดภาษาฝรั่งเศส แคนาดาเป็นประเทศที่มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส

ข้อมูลทางด้านศาสนา
ประชากรส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยนับถือศาสนาคริสต์ แยกเป็นนิกายต่างๆ ดังนี้ โรมันคาธอลิก (ร้อยละ 42 ) โปรแตสแตนท์ (ร้อยละ 40) อิสเทอร์นออโธดอกซ์ และยิว (ร้อยละ 18)  ส่วนศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธมีอัตราเพิ่มค่อนข้างรวดเร็ว เนื่องจากนโยบายการรับคนนอกประเทศมาตั้งถิ่นฐาน

ข้อมูลทางด้านวัฒนธรรม
ประเทศแคนาดามีประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศ ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากประเทศต่างๆ  จึงมีขนบธรรมเนียมประเพณีและนโยบายส่งเสริมให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีอาหารของชนหลายเชื้อชาติและกิจกรรมสันทนาการของชนชาติจากวัฒนธรรมที่หลากหลายนั้นๆ

แคนาดายังเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย และมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เริ่มจากชายฝั่งที่เขียวขจีของมณฑลบริติช โคลัมเบีย เทือกเขาร็อคกี้ขนาดใหญ่ที่มณฑลอัลเบอร์ต้า ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าแพรรี่จนถึง  “ ดินแดนแห่งน้ำตาลเมเปิ้ล ”  ที่ทะเลสาบทั้งห้าและเซนต์ลอเรนซ์  ไปจนถึงแถบเชิงเขาและชายฝั่งอันงดงามของมณฑลในแถบฝั่งแอตแลนติก   ค่านิยมของชาวแคนาดาส่วนใหญ่คือ การส่งเสริมและเคารพในสิทธิเสรีภาพของมนุษย์

ข้อมูลด้านการเดินทาง

สายการบินนานาชาติหลักหลายแห่งให้บริการเที่ยวบินไปแคนาดาสม่ำเสมอ (มักจะเป็นเที่ยวบินตรง) อีกทั้งยังมีสายการบินในประเทศและบริการเรือเฟอร์รีจำนวนมาก
ซึ่งสามารถให้บริการขนส่งผู้โดยสารจากภูมิภาคหนึ่งของประเทศหรือจากมณฑลหนึ่งไปยังอีกมณฑลหนึ่ง

ในประเทศแคนาดา มีการขับขี่ยานพาหนะทางด้านขวามือของถนน และคนเดินถนนมีสิทธิพิเศษก่อน หรือ ‘มีสิทธิ์ในการใช้ถนน’ นั่นเอง เมืองและชุมชนส่วนใหญ่มีระบบรถประจำทางซึ่งใช้งานได้ง่ายและราคาไม่แพง เมืองที่มีขนาดใหญ่กว่าก็จะมีรถไฟใต้ดินหรือรถไฟซึ่งเป็นการโดยสารที่มีราคาไม่แพงเช่นกัน

อีกทั้ง รถแท็กซี่ก็มีให้บริการอยู่ทั่วไป แต่เป็นวิธีการเดินทางที่มีราคาสูงขึ้น และมีเรือเฟอร์รี่จำนวนมากทั่วประเทศแคนาดาซึ่งใช้ในการขนส่งประชาชน และ/หรือ ยานพาหนะในแม่น้ำ ทะเลสาบ และมหาสมุทร

การขี่จักรยานก็เป็นวิธีการเดินทางที่ดีเช่นกัน แต่ขอให้แน่ใจว่า ได้สวมหมวกนิรภัยแล้ว เนื่องจากเป็นข้อบังคับสำหรับคนทุกวัย โรงเรียนโดยทั่วไปจะมีที่จอดรถจักรยานสำหรับนักเรียนเพื่อใส่กุญแจป้องกันจักรยานของพวกเขาในช่วงเวลาที่เข้าชั้นเรียน

ค่าครองชีพ

แคนาดาเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพไม่สูง การไปศึกษาต่อที่แคนาดาจึงมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูกและประหยัดได้มากกว่า ค่าครองชีพโดยประมาณควรอยู่ที่ CA$1,300 ต่อเดือน ซึ่งรวมค่าที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องเขียน และค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ

ระบบการศึกษา

77

ระบบการศึกษาของแคนาดาได้รับการต้อนรับนักเรียนต่างชาติประมาณ 150,000 คนในแต่ละปี ครอบคลุมไปหมดทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา การศึกษาในแคนาดาได้รับการดูแลโดยรัฐบาลของแต่ละรัฐและอาณานิคม
โรงเรียนประถมศึกษา : โดยทั่ว ๆ ไปแล้วคือ เกรด 1 ถึง 6
โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น : ปกติคือเกรด 6, 7 และ 8 ขึ้นอยู่กับรัฐ
โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย : โดยปกติแล้วคือ เกรด 9 ถึง 12 โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในควิเบกจะเริ่มตั้งแต่เกรด 7 – 11 ประเภทของโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประกอบไปด้วยทั้งของรัฐ เอกชน คอธอลิก คริสเตียน สตรีล้วน ชายล้วน และโรงเรียนประจํา
อุดมศึกษา : ประกอบไปด้วยวิทยาลัยการอาชีพ ( โรงเรียนอาชีวะ) วิทยาลัยชุมชน ( CEGEP ในควิเบก ) มหาวิทยาลัยและบัณฑิตศึกษา

วีซ่านักศึกษา

– แบบฟอร์มวีซ่านักเรียนและแบบฟอร์มเกี่ยวกับครอบครัวที่กรอกครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษ

– ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน 4,000 บาท

-หนังสือตอบรับการเข้าศึกษา (ฉบับจริง) จากสถาบันการศึกษาในประเทศแคนาดา โดยระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้ : ชื่อนามสกุล ที่อยู่ และวันเดือนปีเกิด ของนักเรียน หลักสูตรการเรียนและระดับโปรแกรมที่จะเรียน วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการเรียน สำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาในรัฐควิเบก ต้องมีหนังสือตอบรับจากรัฐควิเบก “ Certificate d’ acceptance” ( Quebec Certificate of acceptance หรือ CAQ ) ซึ่งออกให้โดยกระทรวงวัฒนธรรมสังคม และ ตรวจคนเข้าเมือง แห่งรัฐควิเบก ( Ministre des Communautes Culturelles et de I’ Immigration du Quebec หรือ MCCI )

– หนังสือเดินทาง ( พาสปอร์ต ) ที่มีอายุการใช้งานได้อีก 6 เดือน หรือเพียงพอสำหรับคอร์สเรียน หรือต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่จะเดินทางกลับประเทศไทย

– รูปถ่ายปัจจุบันขนาด 1.37 x 1.77 นิ้ว จำนวน 4 รูป แต่งกายสุภาพ ฉากหลังต้องเป็นสีขาว หรือขาวนวลเท่านั้น

-Transcript ที่ระบุวันเข้าเรียนและวันจบการศึกษาอย่างชัดเจน

– ใบรับรองการทำงานตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน

– สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้สมัคร หรือสูติบัตร

– ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

– กรณีเพศชาย – เอกสารรับรองการพ้นจากการรับราชการทหาร หรือใบผ่านการเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร (รด.)

– นักเรียนที่มีอายุ 18 ปีหรือมากกว่า ต้องยื่นหลักฐานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าไม่มีประวัติอาชญากรรมในทะเบียนขอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

– สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ออกค่าใช้จ่าย

– หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย, หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท, ภาพถ่ายสถานที่ประกอบกิจการ,โรงงาน เป็นต้น

-ใบรับรองสถานภาพทางการเงินจากธนาคาร และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย

– บางกรณีอาจต้องใช้ทะเบียนสมรสของผู้สมัคร และผู้สนับสนุนถ้าจำเป็นหรือถ้ามีสถานะภาพสมรสแล้ว

ค่าใช้จ่ายในการศึกษา
– สถาบันสอนภาษา (Language School)
ค่าเล่าเรียน + ค่าครองชีพเฉลี่ยเดือนละ 80,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นสถาบันของรัฐบาลหรือเอกชน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเรียนภาษา และมณฑลที่นักศึกษาเรียนอยู่ด้วย

– การศึกษาระดับมัธยมศึกษา (High School)
ค่าเล่าเรียน + ค่าครองชีพเฉลี่ยปีละประมาณ  800,000 บาท สำหรับโรงเรียนรัฐบาล และ
1,200,000 บาท สำหรับโรงเรียนเอกชน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละ มณฑลด้วย

– การศึกษาในระดับวิทยาลัย (College)
ค่าเล่าเรียน + ค่าครองชีพเฉลี่ยปีละประมาณ 800,000 บาท

– การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย (University)
ค่าเล่าเรียน + ค่ากินอยู่โดยประมาณ อยู่ที่ปีละ 850,000 บาท (ปริญญาตรี 4 ปี, โท 2 ปี, เอก 3 ปี)
สำหรับ MBA ค่าเล่าเรียน + ค่ากินอยู่โดย ประมาณ ปีละ 1,200,000 บาท และสามารถเรียนจบได้ใน 1 ปี – 1.5 ปีได้

รายชื่อโรงเรียนมัธยมยอดนิยมในแคนาดา

20100204141039

Bronte College 

School Disctrict 23 (Central Okanagan) 

School District 22 (Vernon) 

School District 69 (Qualicum School ) 

School District 71 (Comox Valley) 

The Collegiate

School District 75 (Golden Hills )l 

– CarletonDirtrictSchool Broad

– WentworthDirtrictSchool Broad

– YorkRegionDirtrictSchool Broad

Victoria School District 

Comox Valley

Bronte College

Edmonton Public Schools

Limestone District School Board

มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในแคนาดา

Capilano University
Institute Overview
Concordia University
Institute Overview

– Concordia University
Faculty of Fine Arts

– Grant MacEwan University
Institute Overview

– McGill University
Desautels Faculty of Management

– Memorial University of Newfoundland
Institute Overview
Institute Overview

– Michener Institute for Applied Health Sciences
Institute Overview
– Redeemer University College
Institute Overview

– Ryerson University
Institute Overview

– Simon Fraser University
Institute Overview

– University of Alberta
Institute Overview

– University of Lethbridge
Institute Overview

– University of New Brunswick
Institute Overview

– University of Prince Edward Island
Institute Overview

– University of the Fraser Valley
Institute Overview

 

images

ทำไมจึงควรเรียนต่อที่ออสเตรเลีย

          ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องของการท่องเที่ยว และการศึกษา ออสเตรเลีย มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Opera House, Blue Mountain ส่วนในเรื่องของการศึกษา ออสเตรเลีย มีมหาวิทยาลัยระดับ Top 100 อยู่เป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น The University of Sydney, Australian National University, The University of Melbourne นอกจากนี้ยังมีสถาบันสอนภาษาอังกฤษ อีกมากมายทั้ง สถาบันของรัฐ และเมืองที่มีนักเรียต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อมากที่สุดนั้น ก็คือ เมืองซิดนีย์ นั่นเอง

          ประเทศออสเตรเลียตั้งอยู่ในเขตซีกโลกใต้ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไทย มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ความเป็นมิตร และสังคมที่มีหลากหลายวัฒนธรรม แต่ผู้คนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน นักเรียนสามารถเดินทาง และเรียนรู้ในสังคมที่เต็มไปด้วยผู้คนที่พูดภาษาอังกฤษ มีคนไทยกว่า 40,000 คน อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย มีร้านอาหารไทยกว่า 400 แห่งในซิดนีย์

ข้อดีของการเรียนต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

          ด้วยสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียนั้นถือเป็นหนึ่งในสถาบันที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่และมีนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยทำให้ช่วงเวลาที่นักศึกษาได้รับการศึกษาอยู่นั้นจะเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและมีค่ายิ่ง

          อีกทั้งสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียหลายแห่งมีบรรยากาศเหมือนกับชุมชนขนาดเล็ก ไม่เพียงแต่นักเรียนจะสามารถศึกษาโดยใช้อุปกรณ์การศึกษาระดับโลกเท่านั้น ยังสามารถสนุกกับชีวิตสังคมของการศึกษาได้อีกด้วย โดยสามารถเข้าร่วมชมรมหรือสมาคมต่างๆของสถาบันการศึกษา เช่น การเสริมสร้างสุขภาพและความแข็งแกร่งของร่างกายหรือการร่วมทีมกีฬากับสถาบันการศึกษา หรือเข้าร่วมงานสังคมต่างๆ เป็นต้น

สถาบันการศึกษาของออสเตรเลียมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอย่าง เช่น

– สถานพยาบาลและการแนะแนว

– ที่พักนักศึกษา

– บริการดูแลเด็ก

– ชมรมและสมาคมต่างๆ

– ห้องสวดมนต์และประกอบพิธีกรรม

– บริการทางอาชีพ

– ธนาคาร แหล่งเลือกซื้อสินค้า และร้านอาหาร

– สมาคมและการจัดงานต่างๆ และอุปกรณ์กีฬาและการออกกำลังกาย

          ซึ่งสถาบันการศึกษาเกือบทุกแห่งในออสเตรเลียจะมีสมาคมนักศึกษาเป็นของตนเอง เชิญดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหัวข้อบริการนักศึกษาของสถาบันการศึกษาที่ท่านเลือก

images

ข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์

          ออสเตรเลียมีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปร้อยละ 65 เป็นที่ราบสูง และตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและทุรกันดาร และมีขนาดทะเลทรายรวมกันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา ชาวออสเตรเลียเรียกดินแดนที่แห้งแล้งและทุรกันดารนี้ว่า “เอาต์แบ็ก” ประชากรออสเตรเลียส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกหลังเทือกเขาเกรตดิไวดิง ซึ่งแบ่งแยกชายฝั่งตะวันออกกับเขตเอาต์แบ็ก มีแม่น้ำสายสำคัญ ๆ อยู่ทางภูมิภาคตะวันออก ได้แก่ แม่น้ำดาร์ลิง แม่น้ำเมอร์เรย์ ส่วนตอนกลางของประเทศที่เรียกว่า “เขตเซนทรัลโลว์แลนด์” เป็นเขตแห้งแล้งที่สุด แม่น้ำลำธารต่าง ๆ อาจแห้งสนิทเป็นเวลาหลายปี

          ประเทศออสเตรเลียตั้งอยู่ใต้เส้นศูนย์สูตร กว่าหนึ่งในสามของประเทศตั้งอยู่ในเขตร้อน และส่วนที่เหลือตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น อย่างไรก็ตามออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดกว้างใหญ่ จึงมีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลายโดยทั่วไปแล้วอากาศจะเย็นสบาย แต่บริเวณที่ราบสูง ที่ราบในแทสมาเนีย และบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศมีอากาศหนาวเย็น ส่วนภูมิอากาศทางตอนเหนือของประเทศนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับภูมิอากาศทั่วไปในเขตเอเชียและแปซิฟิค

ฤดูกาล

ออสเตรเลียมี 4 ฤดู ดังนี้

– ฤดูร้อน : เดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์

– ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม

– ฤดูหนาว : เดือนมิถูนายน ถึง เดือนสิงหาคม

– ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายน

ข้อมูลทางด้านประชากรและภาษา

          ประเทศออสเตรเลียมีประชากรทั้งหมด 19 ล้านคน ส่วนมากอทศัยอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ และในแทสมาเนีย ซึ่งประมาณ 85% ของประชากรทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้หรืติดชายฝั่งทะเล ชาวออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการและดำเนินชีวิตแบบตะวันตก ประเทศออสเตรเลียเปรียบเสมือนบ้านของคนจาดทั่วทุกมุมโลก ประชากรประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดที่อาศัยในประเทศออสเตรเลียเป็นชาวต่างชาติ ทั้งจากเอเชีย ยุโรป อังกฤษ และ อเมริกา ปัจจุบันนี้ประเทศออสเตรเลียได้มีการติด ต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอย่างใกล้ชิด

ข้อมูลทางด้านวัฒนธรรม

          เนื่องจากประชากรแต่เดิมส่วนใหญ่อพยพมาจากทวีปยุโรป ดังนั้นวัฒนธรรมของออสเตรเลียจึงมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะแบบอังกฤษหรือแองโกล-เคลติก แต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งพัฒนามาจากสภาพแวดล้อมและชนพื้นเมือง ในระยะหลัง วัฒนธรรมของออสเตรเลียยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกัน

ข้อมูลทางด้านศาสน

          ชาวออสเตรเลีย นับถือศาสนาคริสต์นิกาย โรมันคาทอลิก โปรแตสแตนท์ และออร์โธดอกซ์ ส่วนศาสนาอื่นได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนายิว และชาวพื้นเมืองนั้นนับถือผีสางเทวดา

การเดินทางในออสเตรเลีย

          เป็นที่ยอมรับว่าระบบการขนส่งการจราจรในประเทศออสเตรเลียนั้น ค่อนข้างสะดวกสบายมีทางเลือก ให้หลายทางไม่ว่าจะไปเรียน  หรือไปทำงานนอกตัวเมืองมีทั้งรถประจำทาง รถไฟ หรือเรือให้เลือกกันตามแต่สะดวก มีเวลากำหนดชัดเจนว่ารถไฟ รถประจำทาง หรือ เรือโดยสาร ออกกี่โมง ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าจะถึงที่หมายกี่โมงและใช้เวลาเดินทางกี่นาที ซึ่งในการเดินทางในประเทศออสเตรเลียนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

– รถไฟ เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวกเพราะมีสถานีครอบคลุมทั่วเมือง ราคาตั๋วแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเราไป Zone ไหนและเลือกตั๋วแบบใด อาทิ ตั๋ว One way, Return จะเป็นรายสัปดาห์ หรือ รายเดือน การจำหน่ายตั๋ว สามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ หรือ เครื่องยอดเหรียญ

– รถประจำทาง โดยมากเป็นรถประจำทางปรับอากาศมีต้นสายหลักอยู่ในเมือง หากจะนั่งข้าม Suburb ต้องมาต่อสายในเมือง หรือ ถ้าจะให้สะดวกในบางพื้นที่ควรเลือกขึ้นรถไฟ เพราะรวดเร็วกว่า การโดยสารรถประจำทางจึงเป็นในระยะ การเดินทางที่ไม่ไกลนัก หรือ เดินทางใน Suburb นั้นๆ จะสะดวกกว่า

– เรือโดยสาร การเดินทางไป Suburb ที่อยู่ติดริมน้ำจะสะดวกมาก ไม่ต้องติดสัญญาณไฟจราจร ท่าเรือหลักอยู่ที่ Circular Quay ในตัวเมือง Sydney ผู้ที่โดยสารเรือเป็นประจำสามารถหาซื้อตั๋วรายสัปดาห์ได้

– รถราง วิ่งในระยะที่ไม่ยาวนัก ระยะทางของรถรางอยู่ในเขตแหล่งท่องเที่ยว จากย่านไชน่าทาวน์ ผ่าน DarlingHarbour ไปทางคาสิโน และ ตลาดปลา

– รถรางเดียว หรือ โมโนเรล ให้บริการในย่านตัวเมืองเท่านั้น มีสถานีหลักเพียง 8 สถานี รถออกทุกๆ 3-5 นาที สามารถซื้อตั๋วได้ที่ทุกสถานีของรถรางเดียว

– รถแท็กซี่ เหมือนบ้านเรา คือ เป็น แทกซี่มิเตอร์ ขึ้นไปนั่งปุ๊ป จะกดราคาที่ AUD 2 จากนั้นราคาก็ขึ้นไปตามระยะทางของมิเตอร์

images(2)

วีซ่านักศึกษา

หลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียน

– กรอกใบสมัครหมายเลข 157A ให้ครบถ้วน

– หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ

– รูปถ่ายขนาด 1 – 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป

– เอกสารการศึกษาต้นฉบับพร้อมสำเนา ซึ่งรวมถึงประกาศนียบัตรการเข้าอบรม วิชาต่างๆ และ Transcript ในระดับอุดมศึกษา เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารต้นฉบับให้ หลังจากที่ทำการรับรองสำเนาเรียบร้อยแล้ว

– Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน และในกรณีที่ให้ญาติเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน ซึ่งจะต้องแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ด้วย

– สำเนาทะเบียนบ้าน + ต้นฉบับ

– จดหมายรับรองการทำงาน ถ้ามีประวัติการทำงาน

– ใบ COE (Confirmation of Enrolment) ซึ่งก็คือใบตอบรับจากสถาบันที่ได้ทำการสมัครเรียนนั่นเอง

– ใบตรวจสุขภาพ ซึ่งจะต้องเป็นโรงพยาบาลที่สถานฑูตระบุไว้เท่านั้นนะ ค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 18,850.00 บาทครับ

ประกาศจากสถานทูตออสเตรเลีย ได้มีการเปลี่ยนแปลงอัตราการขอวีซ่านักเรียน เป็นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า 18,850.00 บาท และค่าวีซ่าท่องเที่ยวจากเดิม 3,300 บาทเป็น 3,650 บาท และประกันของสุขภาพนักเรียนต้องครอบคลุมระยะเวลาวีซ่า

ค่าใช้จ่ายในการศึกษา

          ระเบียบเรื่องการย้ายถิ่นในออสเตรเลียกำหนดว่า นักศึกษาต่างชาติจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่าตนสามารถจ่ายค่าครองชีพและค่าเล่า เรียนในประเทศออสเตรเลียได้ การทำเช่นนี้ก็เพื่อยืนยันว่านักศึกษาจะสามารถเล่าเรียนได้อย่างเต็มที่ และได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัยและสนุกสนานในออสเตรเลีย

          ถึงแม้ว่านักศึกษานานาชาติจะสามารถเสริมรายได้ของตนด้วยเงินจากการทำงาน พิเศษในออสเตรเลียได้ แต่ระเบียบเรื่อง ‘ค่าครองชีพ’ นี้จะช่วยสนับสนุนความสำเร็จด้านการเรียนรู้ของนักศึกษา ด้วยการยืนยันว่านักศึกษาจะไม่จำเป็นต้องพึ่งงานพิเศษแต่เพียงอย่างเดียว เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างของตัวเอง
ซึ่งออสเตรเลียนั่นมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในขณะที่มีค่าครองชีพที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉลี่ยแล้ว นักศึกษาต่างชาติในออสเตรเลียจะต้องใช้เงินประมาณ A$360 เหรียญออสเตรเลียต่อสัปดาห์เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ :
– ที่พัก
– อาหาร
– เสื้อผ้า
– ความบันเทิง
– ค่าเดินทาง
– การเดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ
– ค่าโทรศัพท์
– ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม สำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาและการครองชีพอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ได้อาศัยอยู่ รวมถึงหลักสูตรการศึกษาของนักศึกษาด้วย

ระบบศึกษาในออสเตรเลีย

b_03753_006

          การจัดการศึกษาเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐแต่ละรัฐ ดังนั้นระบบการศึกษาในแต่ละรัฐจึงอาจมีมาตรฐานและกฎเกณฑ์แตกต่างกันไปบ้าง โดยทั่วไปจะแบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ
1. อนุบาลศึกษา
2. ประถมศึกษา
3. มัธยมศึกษา
4. อุดมศึกษา

ระดับอนุบาล (Pre-School)
เริ่มตั้งแต่เด็กอายุ 3 ขวบ ถึง 5 ขวบ เป็นการศึกษาไม่บังคับ เน้นการเตรียมเด็กให้มีพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญาและสังคม

ระดับประถมศึกษา (Primary School)

มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี จาก Year 1 ถึงYear 6 วิชาที่สอนในระดับนี้ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ ดนตรี และสุขศึกษา โดยมีวิชาศีลธรรมและศาสนาเป็นวิชาเลือก ระดับประถมรัฐบาลออสเตรเลียยังไม่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติ โรงเรียนรัฐบาล เป็นโรงเรียนแบบ Day School คือ ไปเช้าเย็นกลับ ในขณะที่โรงเรียนเอกชนจะมีแบบโรงเรียนประจำ Boarding School (ประจำ) และไปกลับ

ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)
ก่อนที่จะเข้าเรียนในระดับมัธยม จะต้องมีผลสอบ AEAS พร้อมด้วยผลการศึกษา มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี แบ่งเป็น

มัธยมต้น (Junior Secondary) จาก Year 7 ถึง Year 10 เมื่อนักเรียน จบการศึกษาในระดับนี้แล้วก็สามารถออกไปสู่ตลาดแรงงาน ทำงานหรือฝึกงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือ กิจการในภาคธุรกิจเอกชนต่าง ๆ หรือ อาจศึกษาต่อหลักสูตรระยะสั้นใน TAFE ได้

มัธยมปลาย (Senior Secondary) คือ Year 11 และ 12 เป็นการศึกษาเพื่อเตรียมเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา วิชาในระดับมัธยมปลาย ประกอบด้วย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วรรณคดีอังกฤษ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร เป็นต้น โดยทั่วไปนักเรียนจะเลือกเรียนสี่หรือห้าวิชาหลัก ซึ่งเป็นวิชาที่สัมพันธ์กับสาขาวิชาในระดับอุดมศึกษา และ เลือกอีกหนึ่งหรือสองวิชาเป็นวิชาเลือก

ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education)
มหาวิทยาลัยเป็นของรัฐบาลทั้งหมด ยกเว้น BondUniversity ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย เอกชนเพียงแห่งเดียวในออสเตรเลีย โดยทั่วไปหลักสูตรปริญญาตรีใช้ระยะเวลาศึกษา 3 ปี บางสาขาอาจใช้เวลาการศึกษามากกว่านั้น สำหรับน้องๆ ที่ต้องการได้ปริญญาเกียรตินิยม คือ ต้องเพิ่มระยะเวลาเรียนอีก 1 ปี

ปีการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่ ก.พ.-ธ.ค. โดยทั่วไปการเปิดเรียนของรัฐต่างๆ จะแตกต่างกัน บางรัฐจะแบ่งภาคการศึกษาเป็น 3 ภาค และบางรัฐจะแบ่งเป็น 4 ภาค โดยทั่วไป หากนักเรียนไทยมีคะแนนมีคะแนนภาษาอังกฤษดี มีผลสอบ IELTS (5.5) หรือ TOEFL (500) และผลการเรียนดี ก็สามารถต่อชั้นได้เลย เป็นการศึกษาวิชาเพื่อประกอบอาชีพในสาขาต่าง ๆ โดยมีระยะเวลาศึกษา 2 ปี ขึ้นไปตามลำดับ จนถึงการศึกษาขั้นปริญญาเอกในมหาวิทยาลัย น้องๆ ที่สำเร็จการศึกษาในระดับนี้จะได้รับวุฒิต่าง ๆ กันดังนี้
ประกาศนียบัตรชั้นสูง หรืออนุปริญญาโท (Post Graduate Diplomas or Graduate Diplomas)
มีระยะเวลาศึกษา 1 ปี หลังจากจบปริญญาตรี ส่วนมากจะเป็นหลักสูตรเพื่อเตรียมผู้เข้าศึกษาที่มีพื้นฐานในระดับปริญญาตรีที่ต่างสาขา ก่อนเข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาโทตามปกติ
ปริญญาโท (Master’s Degree)
มีระยะเวลาศึกษา 1 – 2 ปี แล้วแต่สาขา และสถาบันการศึกษาที่จัดโครงการศึกษาระดับปริญญาโทของออสเตรเลียมี 2 แบบ คือ
1. Master Degree By Research ไม่มีชั้นเรียนมีแต่การวิจัย
2. การเสนอผลการวิจัย และการสอบ Comprehensive Exam
ระบบการเรียนปริญญาโท  มี 3 ลักษณะ คือ
1. Cousework เป็นการเรียนแบบเข้าฟังคำบรรยาย
2. Thesis เป็นการเรียนแบบเขียนวิทยานิพนธ์
3. Cousework & Thesis เป็นการเรียนผสมระหว่างการเข้าฟังคำบรรยาย และการเขียนวิทยานิพนธ์
เฉพาะ MBA รับผู้เรียนจบปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ แต่จะต้องมีประสบการณ์การทำงาน 1-2 ปี ในกรณีที่จบปริญญาตรีมาสาขาหนึ่งและต้องการเรียนปริญญาโทอีกสาขาหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยอาจให้ทดลองเรียน 1 ปีก่อน ซึ่งเรียกว่า Master Qualifying ต้องมีผลสอบเป็นที่น่าพอใจจึงจะสามารถเรียนต่อปริญญาโทได้
ปริญญาเอก (Doctoral Degree)
มีระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 -5 ปี เป็นหลักสูตร Cousework เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนระดับปริญญาเอกนี้ด้วย แต่ยังเป็นส่วนน้อยผู้เรียนระดับปริญญาเอก ควรมีพื้นฐานการทำวิจัยในระดับปริญญาโทมาก่อน แล้วแต่ความสามารถของนักเรียนแต่ละคน ทั้งนี้ เพราะการศึกษาขั้นปริญญาเอกของออสเตรเลียเป็นโครงการวิจัย (By Research) เพียงประการเดียว

การทำงานขณะที่กำลังศึกษาในประเทศออสเตรเลีย

          นักเรียนนักศึกต่างชาติที่ศึกษาที่ประเทศออสเตรเลียที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงาน Part-Timeได้ โดยอนุญาติให้ทำงานได้สูงสุดถึง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในระหว่างภาคการศึกษาและสามารถทำงานเต็มได้ในช่วงปิดภาคการศึกษา ถือ ว่าเป็นรายได้พิเศษช่วยผู้ปกครองหรือเก็บไว้ส่วนตัวเพื่อ, ใช้ในการท่องเที่ยวเมืองต่างๆที่ประเทศออสเตรเลีย, ใช้ซื้อสิ่งของส่วนตัวที่อยากได้หรือเป็นการหาประสบการณ์ให้กับชีวิตก็เป็น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีทีเดียวสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการหารายได้พิเศษระหว่างการศึกษา

สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในออสเตรเลีย

art-usyd-202-620x349

โรงเรียน

– ToorakCollege (CRICOS Provider No. 00349D) 
www.toorakc.vic.edu.au 

– Victoria Government School (CRICOS Provider No. 00861K)http://www.sofweb.vic.edu.au/isp

–  TaylorsCollege
(CRICOS Provider No. 01781B (NSW), 01160J (VIC), 00126G(WA)www.taylorscollege.com

– Alexander Group (CRICOS Provider No. 01125A) 
www.alexander.wa.edu.au

– Murdoch College (CRICOS Provider No. 00429D)
www.murdochcollege.wa.edu.au

สถาบัน

– Hawthorn English Language Centre (CRICOS Provider No. 02184C)www.hawthornenglish.com

– Box Hill Institute of TAFE (CRICOS Provider No. 02411J) 
www.bhtafe.edu.au

– AMES International (CRICOS Provider No. 01275J)
www.ames.net.au

– Homesglen Institute of TAFE (CRICOS Provider No. 00012G)
www.holmesglen.vic.edu.au

– TAFE NSW Sydney Institute (CRICOS Provider No. 00591E)
www.sit.nsw.edu.au

– TAFE Western Australia (CRICOS Provider No. 00020G)
www.tafe.wa.gov.au

– Chisholm Institute of TAFE (CRICOS Provider No. 00881F)
www.chisholm.vic.edu.au

– Southbank Institute of TAFE (CRICOS Provider No. 02010D)
www.southbank.tafe.net 

– William Angliss Institute of TAFE (CRICOS Provider No. 01505M)
www.angliss.vic.edu.au
 Melbourne Institute of Business and Technology (CRICOS Provider No. 01590J)www.mibt.vic.edu.au

– Holmes Colleges (CRICOS Provider No. 00067C)
www.holmescolleges.com

– Cambridge International College (CRICOS Provider No. 01718J)
www.cambridge.com.au

มหาวิทยาลัย

– University of Canberra (CRICOS Provider No. 00212K)
www.canberra.edu.au

– University of Tasmania (CRICOS Provider No. 00586B)
www.utas.edu.au

– University of Wollongong (CRICOS Provider No. 00102E)
www.uow.edu.au 

– Swinburne University of Technology (CRICOS Provider No. 00111D)
www.swin.edu.au

– RMIT University (CRICOS Provider No. 01912G)
www.rmit.edu.au

– Murdoch University (CRICOS Provider No. 00125J)
www.murdoch.edu.au

– Griffith University (CRICOS Provider No. 00233E)
www.gu.edu.au

– Central Queensland University (CRICOS Provider No. 00219C)
www.cqu.edu.au

– James Cook University (CRICOS Provider No. ViC02153M, NSW01965E)
www.jcu.edu.au

– University of Queensland (ICTE) (CRICOS Provider No. 00091C)
www.uq.edu.au

– University of Technology (Insearch) (CRICOS Provider No. 00859D)
www.uts.edu.au

– University of Sydney (CRICOS Provider No. 01019C)
www.usyd.edu.au

– Queensland Institute of Business and Technology (QIBT)
www.qibt.qld.edu.au
(CRICOS Provider No. 01737F)

– USQ Brisbane (CRICOS Provider No. 01891G)
www.usq.edu.au

– Melbourne University Private (CRICOS Provider No. 02134C)
www.muprivate.au/mei

บ้านไม้ที่ได้รับการยอมรับในอันดับต้น ๆ ของ สวิตเซอร์แลนด์ว่าสวยและผู้คนอยากจะได้มากที่สุด
บ้านหลังนี้จะตัั้งอยู่บนภูเขาสูงและสามารถจะมองทิวทัศน์รอบๆ ได้ (more…)

บริษัท เอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด  ได้ฤกษ์ย้ายที่ทำการใหม่ ไปยังอาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 15 ห้อง 1509 บริเวณสี่แยกถนน เพลินจิต-วิทยุ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพภายใต้คอนเซ็ปต์การอนุรักษ์พลังงานที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึงความหรูหราและทันสมัยที่สุดอยู่ในขณะนี้  โดยโรงแรมระดับห้าดาว อย่าง โอกุระ เพรสทีจ ก็ตั้งอยู่ในอาคารดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ทำเลที่ตั้งแห่งใหม่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทต่อไปได้เป็นอย่างดีในอนาคต

คุณเอกธนา ฝ่ายซ้ายคราม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกธนา เอ็ดยูเคชั่น เซอร์วิสเซส ศิษย์เก่าจากสถาบันเลล์โรชส์ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จให้กับโรงแรมชั้นนำในเมืองไทยมากมายจนที่เป็นในยอมรับในวงการ  กล่าวถึงการย้ายที่ทำการใหม่ในครั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัท ที่พร้อมขึ้นเป็นผู้นำด้านการให้บริการและแนะแนวด้านการศึกษาต่อสถาบันการโรงแรมชั้นนำของโลกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือ   กลียอง Glion และ เลส์โรชส์ Les Roches  ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถาบันสอนการโรงแรมที่ดีที่สุด 3 อันดับแรกของโลก  ซึ่งที่ผ่านมา   มีนักเรียน นักศึกษา และบุคคลวัยทำงานที่สนใจเข้าเรียนกับสถาบันดังกล่าวเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี นอกจากนี้เรายังมีหลักสูตรการโรงแรมและการครัวชั้นนำอีกมากมายในหลากหลายประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ สถาบัน บลูเม้าเท่น  Blue Mountain ในประเทศออสเตรเลีย, สถาบันเลส์โรชส์ จินเจียง Les Roches Jin Jiang ในประเทศจีน, สถาบัน เค็นด้อล คอลเลจ Kendall College ในประเทศอเมริกา และโรงเรียนประจำ Boarding School ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น

โดยที่ตั้งแห่งใหม่ของบริษัท ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการติดต่อขอข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น  เพียงแค่โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส มายังสถานีเพลินจิต จะพบทางเชื่อมที่เข้าสู่อาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ตรงบริเวณทางออก ได้ทันที สำนักงานใหม่ พร้อมเปิดดำเนินการ ตั้งแต่ วันศุกร์  ที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2556 เป็นต้นไป

ที่อยู่ใหม่เลขที่ 57 อาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์
ชั้น 15 ห้อง 1509ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี
เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์  081 – 920 – 8882, 02 – 106 – 2541 – 2
โทรสาร  02 – 106 – 2540
อีเมล์  info@ekthana.com
เว็บไซต์  www.ekthana.com